เมื่อโธมัส ทูเคิ่ล (Thomas Tuchel) ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ประกาศรายชื่อ 26 คนสุดท้ายสำหรับฟุตบอลโลก ข่าวนี้ย่อมทำให้แฟนบอลฮ่องกงที่ติดตามพรีเมียร์ลีกและมีความผูกพันกับสิงโตคำรามถึงกับอ้าปากค้าง บ่อยครั้งก่อนทัวร์นาเมนต์แฟนๆ ร้องว่า “It’s coming home” (มันจะกลับบ้าน) แต่ผลลัพธ์มักจบลงด้วยการตกรอบในการดวลจุดโทษ สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ ทีมอังกฤษจะสามารถทำลายชะตากรรมเดิมได้หรือไม่ ณ ตอนนี้ดูยังไม่ค่อยน่าไว้วางใจนัก

รายชื่อที่ทำให้แฟนบอลหลายคนงง คือทูเคิ่ลตัดชื่อผู้เล่นตัวหลักอย่าง ฟิล โฟเดน (Phil Foden), โคล พาลเมอร์ (Cole Palmer) และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (Trent Alexander-Arnold) ออกไป แล้วยอมเลือกผู้เล่นอย่าง อีวาน โทนี (Ivan Toney) ที่ย้ายไปเล่นในลีกซาอุดีอาระเบีย, โนนี มาดูเอก (Noni Madueke) ปีกสำรองของอาร์เซนอล, แอนโธนี่ กอร์ดอน (Anthony Gordon) ที่เพิ่งหายเจ็บ และกลุ่มดาวรุ่งอย่าง นิโก้ โอไรลีย์ (Nico O’Reilly / แมนเชสเตอร์ ซิตี้), เดจด์ สเปนซ์ (Djed Spence / ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์) และ จาเรลล์ ควานซาห์ (Jarell Quansah / ลิเวอร์พูล) ทำให้หลายคนมองว่าเขาอาจเลือกผู้เล่นตามความคุ้นเคยมากกว่าความดังในระดับบุคลากร
กุนซือชาวเยอรมันให้สัมภาษณ์ในการแถลงข่าวว่า “ตั้งแต่วันแรกก็ชัดเจนว่าเราต้องเลือกและสร้างทีมที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเลือกผู้เล่น 26 คนที่มีพรสวรรค์สูงสุดทั้งหมด ฤดูร้อนนี้เราต้องพยายามสร้างทีมที่มีจิตวิญญาณของทีมและความสมดุล เพราะมีเพียงทีมเท่านั้นที่จะคว้าแชมป์ได้” มาตรฐานการคัดเลือกแบบ “ทิ้งชื่อเสียง เอาฟังก์ชัน” ของทูเคิ่ลในสายตาบางกลุ่มดูเหมือนจะเป็นการใช้เวทีฟุตบอลโลกเป็นสนามทดลอง แม้การเรียกมาร์คัส แรชฟอร์ด (Marcus Rashford) กลับมาหลังย้ายไปบาร์เซโลน่าและคืนฟอร์มจะเป็นข่าวดี แต่การหวังพึ่งเพียงแรชฟอร์ดกับแฮร์รี เคน (Harry Kane) เพียงสองคนในการผลิตสกอร์ ยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล

อังกฤษตกอยู่ในกลุ่ม L โดยนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มจะลงสนามตามเวลา ฮ่องกง 04:00 น. ของวันที่ 18 มิถุนายน 2569 (วันพฤหัสบดี) คู่แข่งในกลุ่มมี กานา และ ปานามา หากเล่นได้ตามมาตรฐาน การผ่านเข้ารอบไม่น่ามีปัญหา แต่ปัญหาคือหากอังกฤษต้องจบอันดับสอง โอกาสสูงที่คู่แข่งในรอบ 16 ทีมจะเป็นโปรตุเกส ทีมซึ่งมักสร้างความยากลำบากให้สิงโตคำราม และอาจเป็นเวทีอำลาของคริสเตียโน โรนัลโด

