เมื่อซื้อ Nintendo Switch 2 หลายคนคิดว่าการ์ดความจำเดิมจะใช้ต่อได้ แต่ความจริงคือคุณอาจต้องลงทุนพื้นที่จัดเก็บใหม่: ตัวเครื่องมีพื้นที่ภายใน 256GB แต่รองรับการขยายพื้นที่สำหรับติดตั้งเกมเฉพาะด้วย microSD Express เท่านั้น การ์ด microSD แบบเดิมที่ใช้กับ Switch รุ่นก่อน แม้จะมีความจุมากก็ไม่สามารถติดตั้งเกมบนเครื่องใหม่ได้ สำหรับผู้ที่ชอบซื้อเกมดิจิทัล การเปลี่ยนเครื่องอาจต้องเผื่องบซื้อการ์ดเมมเพิ่มด้วย

การ์ดเก่าใช้ไม่ได้? จดจำสัญลักษณ์ EX
microSD Express ใช้มาตรฐาน PCIe และโปรโตคอล NVMe ทำให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงกว่าการ์ด microSD แบบดั้งเดิม ช่วยรองรับการอ่านเขียนข้อมูลของเกมยุคใหม่ได้ดีขึ้น อย่างไรก็ดี รูปลักษณ์ภายนอกของสองประเภทนี้แทบไม่ต่างกัน จึงไม่ยากที่จะซื้อผิดแบบ
วิธีง่ายที่สุดในการเลือกคือมองหาสัญลักษณ์ “EX” บนตัวการ์ดหรือบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีชื่อรุ่นว่า “Extreme” อย่าง SanDisk Extreme ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็น microSD Express เพราะชื่อรุ่นอาจสับสนได้ หากซื้อจากชื่อเพียงอย่างเดียว มีความเสี่ยงว่าจะได้การ์ดที่ไม่สามารถติดตั้งเกมบน Switch 2 ได้

แต่การ์ดเก่าก็ยังมีประโยชน์ ไม่จำเป็นต้องทิ้งทั้งหมด เพราะยังใช้เก็บหรือย้ายภาพหน้าจอและวิดีโอจาก Switch รุ่นก่อนมาไว้ได้ เพียงแต่การ์ดเหล่านั้นไม่สามารถใช้เป็นที่ติดตั้งเกมของ Switch 2 หรือเก็บภาพ/วิดีโอใหม่ที่สร้างจากเครื่องใหม่ได้
256GB หรือ 1TB? ความจุมากกว่าไม่จำเป็นเสมอไป
ตัวเครื่อง Switch 2 มีพื้นที่ภายใน 256GB หากคุณเล่นเพียงไม่กี่เกมจริงๆ อาจยังไม่จำเป็นต้องซื้อการ์ดเมมเพิ่มเสมอไป โดยทั่วไป 128GB เหมาะกับผู้ที่ต้องการพื้นที่เสริมเป็นครั้งคราว ขณะที่ 256GB เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายและเพียงพอสำหรับผู้เล่นส่วนใหญ่
สำหรับคนที่มักซื้อเกมดิจิทัลขนาดใหญ่บ่อยๆ ความจุ 512GB จะคุ้มค่ากว่า เพราะให้สมดุลระหว่างขนาดและการใช้งาน: การรีวิวของ Engadget ระบุว่า 512GB ให้ความสมดุลที่ดี เมื่อรวมกับพื้นที่ภายในเครื่อง ความจรรวมจะใกล้เคียงประมาณ 768GB ส่วน 1TB เหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการเก็บเกมจำนวนมากระยะยาวโดยไม่อยากลบแล้วดาวน์โหลดใหม่บ่อยๆ
อย่างไรก็ตาม การ์ดความจุมากไม่ได้แปลว่าคุ้มค่าสำหรับทุกคน ถ้าคอลเลกชันเกมของคุณมีเพียงไม่กี่รายการ การทุ่มเงินซื้อ 1TB อาจเป็นการจ่ายเกินความจำเป็น Switch 2 รองรับ microSD Express สูงสุดถึง 2TB แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องซื้อให้เต็มขนาดตั้งแต่ครั้งแรก

การ์ดแพงกว่าจริงหรือเร็วกว่า? ผลทดสอบอาจทำให้คุณประหยัดได้
หลายยี่ห้อมักพิมพ์ความเร็วอ่านสูงสุดไว้บนแพ็กเกจ แต่ตัวเลขสวยงามไม่ได้แปลว่าจะเห็นผลชัดเจนขณะเล่นเกม จริงๆ แล้ว Engadget เคยทดสอบ microSD Express หลายรุ่นและพบว่าความแตกต่างของเวลาโหลดเกมโดยรวมมักไม่มากนัก ความต่างที่ชัดเจนกว่าเกิดขึ้นเมื่อย้ายไฟล์เกมขนาดใหญ่ระหว่างอุปกรณ์
สรุปคือ หากเป้าหมายหลักคือการติดตั้งและเล่นเกม ไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้สเป็กสูงสุด เพราะความเร็วที่เพิ่มขึ้นเพียงไม่กว่านาทีก็มักไม่มีผลต่อประสบการณ์การเล่นมากนัก อีกทั้งเมื่อเกมรันจากพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน ตัวเครื่องมักมีความเร็วโหลดเร็วกว่าการรันจากการ์ด ความตั้งใจหลักของการขยายจึงควรเป็นการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ ไม่ใช่การคาดหวังให้ประสิทธิภาพเครื่องสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
มีสามข้อที่ต้องระวังเมื่่ซื้อการ์ด
ข้อแรก: ข้อมูลการเล่น (save data) ของเกมจะถูกเก็บไว้ในพื้นที่ภายในของเครื่อง ไม่สามารถย้ายไปไว้บน microSD Express ได้โดยตรง การ์ดมีหน้าที่เก็บเกมที่ดาวน์โหลด ข้อมูลอัปเดต คอนเทนต์เสริม รวมถึงภาพหน้าจอและวิดีโอ สำหรับการ์ดเมมที่ใช้ครั้งแรก ตัวเครื่องอาจต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อติดตั้งการอัปเดตระบบที่จำเป็น

ข้อสอง: การเปลี่ยนการ์ดไม่ใช่การรวมข้อมูลระหว่างสองการ์ดโดยตรง 任天堂 แนะนำให้ใช้การ์ดใบเดียวกับแต่ละเครื่อง หากต้องการอัปเกรดเป็นความจุสูงขึ้น ควอปปี้ข้อมูลจากการ์ดเก่าไปยังการ์ดใหม่ผ่านคอมพิวเตอร์ Windows และตรวจสอบความถูกต้องก่อนจัดการกับการ์ดเก่า ส่วนเกมที่ดาวน์โหลดและกระจายอยู่บนการ์ดหลายใบจะไม่สามารถรวมเป็นชุดเดียวได้โดยอัตโนมัติ
ข้อสาม: การซื้อแผ่นเกมแบบกายภาพไม่เสมอว่าจะช่วยประหยัดพื้นที่ เพราะเกมบางรุ่นของ Switch 2 ใช้รูปแบบ Game Key Card ซึ่งในตัวการ์ดไม่ได้บรรจุข้อมูลเกมเต็มรูปแบบ ผู้เล่นยังต้องดาวน์โหลดข้อมูลเกมเต็มก่อนเล่น และยังต้องใส่การ์ดเล่นเพื่อเปิดใช้งานเกมด้วย ดังนั้นผู้ที่คาดหวังจะประหยัดพื้นที่ด้วยการซื้อแผ่นอาจต้องคำนวณใหม่

การ์ดที่คุ้มค่าที่สุดไม่จำเป็นต้องแพงที่สุด
แบรนด์อย่าง SanDisk และ Lexar มี microSD Express หลายรุ่นให้เลือก โดย Nintendo ไม่ได้บังคับให้ต้องใช้รุ่นที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ ตราบใดที่การ์ดเป็นไปตามมาตรฐาน microSD Express และไม่เกินข้อจำกัดความจุ ก็สามารถใช้งานกับ Switch 2 ได้ การเลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและขนาดความจุที่เหมาะสม มักให้ความคุ้มค่ามากกว่าการไล่ตามสเป็กความเร็วสูงสุด
สำหรับผู้เล่นส่วนใหญ่ ความจุ 256GB หรือ 512GB เป็นตัวเลือกที่ควรเปรียบเทียบเป็นอันดับแรก หากพื้นที่ภายในยังพอเพียง ก็ไม่ต้องรีบซื้อการ์ดใหม่ เพราะเก็บเงินไว้ซื้อเกมที่คุณอยากเล่นจริงๆ ดีกว่าจ่ายเงินให้กับความจุมหาศาลที่คุณอาจไม่ต้องใช้

