พิพิธภัณฑ์ Design Museum กรุงลอนดอน จัดนิทรรศการ NIGO: From Japan With Love ซึ่งเป็นการทบทวนเส้นทางการสร้างสรรค์ของ NIGO อย่างครบวงจร โดยนำเสนอหลายบทบาทของเขาในด้านแฟชั่น วัฒนธรรม และการสะสม นิทรรศการรวบรวมผลงานมากกว่า 300 ชิ้น ทั้งคอลเลกชันส่วนตัวและผลงานยืมจาก Kenzo และ Louis Vuitton ทำให้พื้นที่จัดแสดงไม่เพียงเป็นการย้อนดูอดีต แต่ยังเป็นเหมือนจิ๊กซอว์วัฒนธรรมที่เชื่อมต่อข้ามยุคสมัย
การเล่าเรื่องของนิทรรศการมีโทนเป็นส่วนตัวชัดเจน เริ่มจากการจำลองพื้นที่ใช้ชีวิตในวัยรุ่นของ NIGO เพื่อแสดงว่าตอนเริ่มแรกเขาได้รู้จักดนตรี แฟชั่น และวัฒนธรรมสตรีทอย่างไร จนนำไปสู่การก่อร่างสร้างรสนิยมของตัวเอง เมื่อเดินชมไปตามเส้นทางจัดแสดง ผู้ชมจะได้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากนักสะสมสู่ผู้สร้างสรรค์ และจบด้วยห้องน้ำชาที่ผสานงานเซรามิก สะท้อนทิศทางการทำงานและการตกตะกอนของความคิดในช่วงหลังของเขา
หนึ่งในชิ้นที่มีความหมายอย่างยิ่งคือแจ็กเก็ต Levi’s ที่ NIGO ซื้อในปี 1986 ชิ้นนี้เต็มไปด้วยรอยฉีกและการซ่อมแซม แต่กลับสะท้อนความเข้าใจและความรักต่อวัฒนธรรมวินเทจ รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางด้านการสะสมของเขา อีกชิ้นที่ดึงดูดความสนใจคือเอี๊ยมช่างจากยุคอุตสาหกรรม การตัดเย็บและรายละเอียดต่างๆ สะท้อนแนวคิดการออกแบบที่เน้นการใช้งานในสมัยนั้น ซึ่งต่อมาเป็นแรงอ้างอิงสำคัญต่อผลงานของเขา
นิทรรศการยังจัดแสดงหมวกงานช่างวินเทจหลายแบบ ไอเท็มเหล่านี้ไม่เพียงเป็นวัตถุทางประวัติศาสตร์ แต่ยังส่งอิทธิพลโดยตรงต่อภาษาออกแบบของ HUMAN MADE ตั้งแต่ลวดลาย วัสดุ ไปจนถึงสัดส่วนโดยรวม ส่วนเรื่องราวการเริ่มต้นธุรกิจในยุคแรกของเขา ถูกเล่าผ่านเอกสารและการจำลองบรรยากาศของ AUGHT NOWHERE ซึ่งไม่ใช่เพียงพื้นที่ค้าปลีก แต่เป็นจุดกำเนิดสำคัญที่หล่อหลอมแนวคิดจนกลายเป็น A Bathing Ape
เมื่อพูดถึง BAPE นิทรรศการได้ยกคืนชุดแรกและลวดลายไอคอนิกอย่าง “1st Camo” ลายพรางนี้มีความโดดเด่นสูง ช่วยผลักดันแบรนด์สู่ตลาดที่กว้างขึ้น และตอกย้ำสถานะของแบรนด์ในวัฒนธรรมสตรีท โดยฮิปฮอปมีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้ — Biggie Smalls เคยนำ BAPE เข้าสู่พื้นที่สาธารณะ แม้บางไอเท็มจะไม่เคยวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการกลายเป็นสัญลักษณ์คลาสสิกที่เชื่อมโยงแฟชั่นกับดนตรี
อิทธิพลของ NIGO ยังปรากฏผ่านความร่วมมือนอกวงการหลากรูปแบบ ภายในนิทรรศการมีผลงานที่เขาร่วมสร้างกับแบรนด์ต่างๆ โดยเฉพาะคอลเลกชันร่วมกับ Pepsi ที่ยิ่งช่วยผลักดันลายพรางของ BAPE ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ระดับโลก ความสามารถในการแปลงองค์ประกอบทางวัฒนธรรมเป็นภาษาสินค้าเชิงภาพนี้คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขารักษาความสดใหม่ของผลงานได้อย่างยาวนาน
