Hermès เปิดตัว Slim d’Hermès Pocket Roaaaaar นาฬิกาพก ซึ่งยังคงเอกลักษณ์เส้นสายเรียบง่ายของซีรีส์ไว้ แล้วเติมงานตกแต่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนภาพวาดชิ้นเล็กๆ ผลงานนี้ใช้ภาพสิงโตเป็นจุดศูนย์กลาง เปลี่ยนนาฬิกาพกจากเครื่องมือบอกเวลาให้กลายเป็นงานหัตถกรรมที่พกพาได้
ลวดลายต้นแบบมาจากผลงานของ Alice Shirley ซึ่งภาพสิงโตกำลังอ้าปากคำรามและเปี่ยมด้วยพลังเคลื่อนไหว เมื่อนำมาแปลงเป็นฝาปิดตัวเรือน ทางแบรนด์เลือกใช้เทคนิคไม้ฝังแบบมารเก็ตทรี (marquetry) โดยย่อส่วนลายให้เหมาะกับสัดส่วนตัวเรือนขนาด 45 มิลลิเมตร แล้วประกอบชิ้นไม้แต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน ลวดลายทั้งหมดประกอบด้วยไม้หลายชนิดถึงกว่า 10 ชนิด เช่น ไม้โพธิ์ม่วง (purpleheart) ไม้เมเปิล และส่วนเนื้อไม้ที่มีลายพิเศษ ช่างต้องตัดไม้ให้เป็นชิ้นเล็กมากๆ จากนั้นจึงค่อยๆ ประกบ ตะไบ และขัด ก่อนเคลือบวานิชเพื่อให้ลายมีมิติของสีกลางถึงเข้มและยังคงลายธรรมชาติไว้ รายละเอียดจึงดูน่ามองเมื่อสังเกตใกล้ๆ

เมื่อเปิดฝา จุดสนใจจะย้ายไปยังหน้าปัด ภายในใช้หน้าปัดอีนาเมลแบบ Grand Feu มีให้เลือกสองสีคือสีเขียวเซดาร์และสีน้ำเงินอัญมณี พื้นล่างสลักลายแบบเฮอริงบอนที่ให้มิติของแสงเมื่อมุมตกกระทบแตกต่างกัน กระบวนการผลิตต้องผสมผงแก้วกับตัวผสมแล้วทาลงบนแผ่นโลหะ ก่อนนำไปเผาที่อุณหภูมิมากกว่า 800 องศาเซลเซียส เพื่อให้ชั้นอีนาเมลผสานกับพื้นโลหะ สีจึงอิ่มตัวและทนทาน เทคนิคนี้ต้องการความเสถียรสูง การเผาแต่ละครั้งสามารถเปลี่ยนโทนสีได้เล็กน้อย ดังนั้นหน้าปัดแต่ละชิ้นจึงมีความแตกต่างอย่างละเอียดอ่อน
งานออกแบบรวมยังยึดสัดส่วนความงามแบบ Slim d’Hermès ตัวเรือนทรงกลมกับเส้นสายที่ชัดเจนทำให้ภาพรวมยังคงความเรียบหรู ตัวเรือนผลิตจากไวท์โกลด์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 45 มิลลิเมตร มาพร้อมกระจกแซฟไฟร์เคลือบกันแสงแยงสายตาและฝาหลังแซฟไฟร์ ระดับการกันน้ำอยู่ที่ 3 ATM ภายในใช้กลไกขึ้นลานอัตโนมัติ H1950 ซึ่งบางเพียง 2.6 มิลลิเมตร ให้กำลังลานราว 48 ชั่วโมง กับความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง แสดงชั่วโมงและนาที คงคุณลักษณะความบางเฉียบของซีรีส์ไว้ครบถ้วน

นอกจากงานภาพและกลไก รายละเอียดหนังก็มีบทบาทสำคัญ นาฬิกาพกรุ่นนี้ให้สายหนังจระเข้สั้นพร้อมซองหนังสีที่จับคู่อย่างลงตัวกับหน้าปัด ทั้งสีเขียวเซดาร์และสีน้ำเงินอัญมณี ผิววัสดุเป็นแบบด้านให้สัมผัสนวลละเอียด ส่วนนี้ช่วยยกระดับทั้งการใช้งานจริงและมูลค่าสำหรับนักสะสม
Slim d’Hermès Pocket Roaaaaar ออกมาในสองโทนสี โดยแต่ละโทนจำกัดเพียง 3 เรือนเท่านั้น จำนวนที่น้อยมากแต่ละเรือนต้องผ่านขั้นตอนงานมือทั้งการ拼ไม้และการเผาอีนาเมลที่ซับซ้อน ราคาจำหน่ายอยู่ที่ HKD 1,732,000 (ประมาณ 7,967,200 บาท; อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ 1 HKD = 4.6 THB)

