Jaeger-LeCoultre於Watches & Wonders 2026再次展現其一體化製錶實力,透過Master Control Chronometre與Reverso Tribute兩大系列,將精準計時與裝飾工藝同時推向更高層次。品牌歷史可追溯至19世紀,至今累積超過1,400枚機芯與逾430項專利,這種長期技術積累亦直接反映在今年新作的整體方向。
ในงาน Watches & Wonders 2026 ปีนี้ Jaeger-LeCoultre ย้ำศักยภาพการผลิตนาฬิกาแบบบูรณาการผ่านสองคอลเล็กชันหลักคือ Master Control Chronometre และ Reverso Tribute โดยนำทั้งความเที่ยงตรงด้านเวลาและงานตกแต่งศิลป์มานำเสนอพร้อมกัน แบรนด์มีรากฐานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และสะสมกลไกมากกว่า 1,400 ชิ้นพร้อมสิทธิบัตรกว่า 430 รายการ ซึ่งการสั่งสมเทคโนโลยีระยะยาวชัดเจนในทิศทางผลงานปีนี้
今次焦點之一落在全新「High Precision Guarantee」(HPG)測試標準。相比品牌早年已建立的1,000 Hours Control,HPG測試更集中於腕錶在真實佩戴環境下的穩定性。測試過程涵蓋氣壓變化,由海平面至1,004米高度的模擬環境;溫度則在18至35°C之間變化;同時加入25G至50G多方向衝擊,以及佩戴與靜止狀態交替測試。最終誤差維持於COSC天文台標準範圍內,確保腕錶在不同環境下仍具穩定精度。
หนึ่งในไฮไลต์ของปีนี้คือมาตรฐานการทดสอบใหม่ชื่อ High Precision Guarantee (HPG) ซึ่งเมื่อเทียบกับ 1,000 Hours Control ที่แบรนด์เคยใช้นั้น HPG ให้ความสำคัญกับความเสถียรของนาฬิกาในสภาพแวดล้อมการสวมใส่จริงมากขึ้น การทดสอบครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงความกดอากาศในสภาวะจำลองตั้งแต่ระดับน้ำทะเลถึงความสูง 1,004 เมตร อุณหภูมิผันผวนระหว่าง 18–35°C มีการทดสอบแรงกระแทกหลายทิศทางตั้งแต่ 25G ถึง 50G และการสลับระหว่างการสวมใส่กับการหยุดนิ่ง ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงความคลาดเคลื่อนอยู่ในกรอบมาตรฐานของ COSC เพื่อรับประกันความเที่ยงตรงในสภาพแวดล้อมต่างๆ
Master Control Chronometre系列正是首個全面搭載HPG標準的系列,並同時通過COSC認證,形成雙重把關。三款新作分別為日期款、日期動力儲存款,以及萬年曆款,全部配備70小時動力儲存,將日常佩戴實用性進一步提升。

คอลเล็กชัน Master Control Chronometre เป็นซีรีส์แรกที่นำมาตรฐาน HPG มาใช้แบบครบถ้วนพร้อมผ่านการรับรอง COSC ทำให้มีการคุมคุณภาพแบบทวิภาคี รุ่นใหม่ทั้งสามคือรุ่นวันที่ รุ่นวันที่พร้อมบอกพลังงานสำรอง และรุ่นปฏิทินถาวร ทั้งหมดมีพลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง เพิ่มความสะดวกสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน
日期動力儲存款採用全新Caliber 738機芯,佈局上延續對稱設計,9點位置設動力儲存顯示,3點位置為日期顯示,令讀時更加直觀。39毫米精鋼錶殼配合藍灰色太陽放射紋錶盤,厚度9.2毫米,兼顧視覺比例與佩戴舒適度。這種設計同時呼應品牌歷史中Futurematic的概念,將功能性以更清晰方式呈現。

สำหรับรุ่นวันที่พร้อมบอกพลังงานสำรอง ใช้กลไกใหม่ Caliber 738 วางองค์ประกอบแบบสมมาตร โดยตำแหน่ง 9 น. เป็นหน้าต่างบอกพลังงานสำรอง ส่วนตำแหน่ง 3 น. เป็นช่องวันที่ ทำให้การอ่านค่าชัดเจนขึ้น ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 39 มม. ประกบหน้าปัดลายซันเรย์สีน้ำเงินเทา ความหนาเพียง 9.2 มม. ให้สัดส่วนที่ลงตัวกับการสวมใส่ การออกแบบยังสะท้อนแนวคิดจากรุ่นคลาสสิกอย่าง Futurematic ที่เน้นฟังก์ชันอย่างชัดเจน
萬年曆款則搭載Caliber 868機芯,厚度維持4.72毫米,振頻為4Hz,並將動力儲存提升至70小時。錶盤設四個副盤,分別顯示月份與年份、星期、日期及月相,整體排列清晰而不顯擁擠。月相顯示以金屬材質製作,呈現細緻紋理。此款提供精鋼與18K粉紅金版本,錶徑39毫米,在保持複雜功能之餘仍維持均衡比例。萬年曆機制在正常運作下可持續至2100年,減少日常調校需要。

รุ่นปฏิทินถาวรขับเคลื่อนด้วย Caliber 868 ที่มีความบางตัวเครื่อง 4.72 มม. ความถี่ 4Hz และขยายพลังงานสำรองเป็น 70 ชั่วโมง หน้าปัดจัดวาง 4 ซับดิสก์สำหรับแสดงเดือนและปี สัปดาห์ วันที่ และมูนเฟส จัดวางอย่างชัดเจนไม่ดูอัดแน่น มูนเฟสผลิตจากวัสดุโลหะให้ลวดลายละเอียดอ่อน รุ่นนี้มีตัวเลือกทั้งสเตนเลสและทองชมพู 18K ขนาดตัวเรือน 39 มม. กลไกปฏิทินถาวรออกแบบให้ทำงานต่อเนื่องจนถึงปี 2100 ช่วยลดความจำเป็นในการปรับตั้งบ่อยครั้ง
至於日期款則回歸最純粹設計,採用Caliber 899機芯,38毫米錶殼厚度僅8.4毫米。即使配備中央秒針,仍能維持纖薄輪廓,關鍵在於機芯內部結構重新設計,以重疊齒輪方式減少厚度。此款同樣提供精鋼與18K粉紅金選擇,適合不同佩戴場景。
รุ่นวันที่กลับสู่ความเรียบง่ายในรูปแบบดั้งเดิม ใช้ Caliber 899 ตัวเรือนขนาด 38 มม. ความหนาเพียง 8.4 มม. แม้ติดตั้งเข็มวินาทีตรงกลางก็ยังคงความบางได้สำเร็จ จุดสำคัญคืิอการออกแบบโครงสร้างภายในกลไกใหม่โดยใช้ระบบเฟืองซ้อนเพื่อลดความหนา รุ่นนี้มีทั้งสเตนเลสและทองชมพู 18K ตอบโจทย์การสวมใส่ในโอกาสต่างๆ
設計方面,系列保留經典圓形錶殼與太子妃指針,同時首次引入一體式三排鏈帶。鏈帶結合拉絲與拋光處理,中間鏈節呈立體幾何形態,外側加入銳利倒角,細節處理明顯。錶耳則採用柔和弧度,令整體佩戴更貼合手腕。錶盤以藍灰或古銅色太陽放射紋呈現,外圈刻度細緻分明,兼顧功能與視覺平衡。
所有型號均設藍寶石水晶底蓋,內部機芯細節清晰可見,包括日內瓦波紋、圓形粒紋、拋光螺絲與倒角橋板等。鏤空22K粉紅金自動陀進一步提升視覺層次,反映品牌對裝飾工藝的重視。
ทุกรุ่นมาพร้อมฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์เปิดเห็นกลไกภายใน รายละเอียดการตกแต่งชัดเจนทั้งลายเจนีวาสเตรป (Geneva waves) ลวดลายเม็ดกลม การขัดเงาน็อต และขอบสะท้อนมุมของสะพานต่างๆ โรเตอร์อัตโนมัติทำจากทองชมพู 22K เจาะสลักเพิ่มมิติทางสายตา สะท้อนความสำคัญที่แบรนด์ให้กับงานตกแต่งชิ้นกลไก

另一焦點Reverso Tribute Enamel系列則延續藝術方向,今次以葛飾北齋瀑布作品為主題,推出四款限量腕錶。每枚腕錶背面均以微繪琺瑯技術呈現畫作,製作時間約80小時,需經多達14層琺瑯並於高溫燒製完成。畫面細節包括線條與文字均完整呈現,尺寸僅約2平方厘米,對工藝要求極高。
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Reverso Tribute Enamel ที่เดินแนวศิลปะต่อเนื่อง คอลเล็กชันรอบนี้นำงานน้ำตกของศิลปิน คัตสึชิกะ โฮกุไซ (Katsushika Hokusai) มาเป็นแรงบันดาลใจ ออกแบบเป็นนาฬิกาจำนวนจำกัดสี่เรือน ด้านหลังของแต่ละเรือนทำด้วยเทคนิคการลงอีนาเมลภาพจิ๋ว (micro-painted enamel) ใช้เวลากว่า 80 ชั่วโมงและต้องผ่านการเคลือบถึง 14 ชั้นแล้วเผาด้วยอุณหภูมิสูง รายละเอียดเส้นและอักษรถูกบรรจงลงบนพื้นที่ประมาณ 2 ตารางเซนติเมตร ซึ่งต้องอาศัยความประณีตระดับสูง
正面錶盤則配合不同雕刻紋理與大明火琺瑯色調,例如麥穗紋、魚骨紋或竹紋等,與背面畫作形成呼應。整體設計不單強調視覺效果,同時展現製錶工藝與藝術創作之間的結合。
ด้านหน้าของตัวเรือนเลือกใช้ลายสลักและโทนสีอีนาเมลแบบ Grande Feu เช่น ลายข้าวโพด ลายก้างปลา หรือลายไม้ไผ่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับงานภาพด้านหลัง การออกแบบโดยรวมไม่เพียงเน้นผลทางสายตาแต่ยังแสดงถึงการผสานระหว่างศิลปะการลงสีและงานฝีมือในการผลิตนาฬิกา

