Nike และ Zellerfeld ร่วมมืออีกครั้ง เปิดตัว AirMax 1000.2 ที่ต่อยอดรูปทรงอนาคตจาก AirMax 1000 และขยายความเป็นไปได้ของรองเท้า 3D พิมพ์ รุ่นนี้มาในเฉดสีเรียบเท่ Black/Black เพื่อให้โครงสร้างและรายละเอียดของงานออกแบบปรากฏอย่างชัดเจน พร้อมเน้นแนวคิดการออกแบบเป็นระบบที่สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้รองเท้าไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์เดียว แต่เป็นคอนเซ็ปต์ที่ปรับปรุงและวิวัฒน์ได้เสมอ
AirMax 1000.2 สร้างบนแนวคิดการตีความใหม่ของ Air Max 1 โดยเปลี่ยนองค์ประกอบคลาสสิกให้กลายเป็นภาษาโครงสร้างเชิงดิจิทัล ตัวรองเท้าทำเป็นชิ้นเดียวแบบอันฟอร์ม (one-piece) พร้อมลวดลายคลื่นสามมิติที่ช่วยเพิ่มมิติให้ภาพรวมและเสริมการหุ้มที่กระชับ จุดเด่นอย่างดีไซน์ไร้เชือกยังคงอยู่ ทำให้สวมใส่แนบกับรูปเท้าได้โดยตรง ลดแรงกดจากชิ้นส่วนโครงสร้างที่เกินความจำเป็น รักษาความเบาและความคล่องตัวไว้อย่างสมดุล
การอัปเกรดสำคัญอยู่ที่พื้นรองเท้า (outsole) โดย 1000.2 มาพร้อมการจัดเรียงลายรองเท้าและเส้นโครงร่างที่ออกแบบใหม่ ผ่านการปรับสัดส่วนทางเรขาคณิตอย่างแม่นยำมากขึ้น เพื่อกระจายแรงกดในแต่ละย่างก้าวให้สม่ำเสมอ การปรับจุดเล็กน้อยเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความมั่นคงขณะเดิน แต่ยังช่วยให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพขึ้นและลดการสูญเสียวัสดุ พื้นรองเท้ายังคงให้ความยืดหยุ่นและการคืนตัวในระดับสูง รับกับโครงสร้างที่ลื่นไหลเพื่อมอบประสบการณ์การก้าวเดินที่ต่อเนื่องเป็นธรรมชาติ
บริเวณรอยต่อระหว่างผ้ารองด้านบนและชั้นกลาง (midsole) ได้รับการตีความจาก mudguard อันเป็นเอกลักษณ์ของ Air Max 1 ด้วยการสร้างใหม่ผ่านลวดลายสามมิติ ทำให้เกิดทั้งความคุ้นเคยและความสดใหม่ไปพร้อมกัน โทนสีดำทั้งตัวยังช่วยดึงสายตาให้มองเห็นโครงสร้างอย่างชัดเจน จากมุมต่างๆ จะเห็นร่องรอยการพิมพ์และชั้นของเลเยอร์ที่สื่อถึงการผสานกันระหว่างเทคโนโลยีและดีไซน์
ความร่วมมือระหว่าง Nike กับ Zellerfeld ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รุ่นใดรุ่นหนึ่ง เมื่อโครงการ "Air Works" เริ่มต้นขึ้น แบรนด์เปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์ทั่วโลกส่งไอเดียผ่านเทคโนโลยี 3D พิมพ์ ผู้เข้าร่วมจะมีโอกาสเข้าทำงานที่สำนักงานใหญ่ของ Nike ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญและ Zellerfeld เพื่อพัฒนาการออกแบบ Air Max ของตัวเอง ตั้งแต่โครงสร้างจนถึงรูปลักษณ์ สามารถปรับแต่งได้อย่างเสรี เพื่อแปลงสไตล์ส่วนตัวให้กลายเป็นผลงานที่สวมใส่ได้จริง
ด้านการวางจำหน่าย AirMax 1000.2 รุ่น "Black/Black" จะเปิดให้จับสลากผ่านระบบ EQL ทั่วโลก โดยเปิดลงทะเบียนตั้งแต่ 4 พฤษภาคม ถึง 7 พฤษภาคม ขณะเดียวกันในภูมิภาคอเมริกาเหนือจะเริ่มวางขายบนแอป Nike SNKRS ในวันที่ 7 พฤษภาคม เพื่อเปิดทางให้แฟนรองเท้าในแต่ละพื้นที่ได้มีโอกาสเข้าถึง
