Arnold & Son ยังคงจังหวะการเปิดตัวแบบเรียบง่ายในช่วงหลัง โดยมุ่งเน้นการสื่อสารด้านการออกแบบให้เข้มข้นขึ้น ปีนี้แบรนด์เผยโฉมนาฬิการุ่นใหม่เพียงสองรุ่น ได้แก่ HM Pietersite และ Ultrathin Tourbillon Onyx ซึ่งทั้งสองรุ่นใช้หินธรรมชาติเป็นจุดศูนย์กลางของการออกแบบ เพื่อให้ลวดลายและความเงาของเนื้อหินสร้างชั้นเชิงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

จุดสนใจของ HM Pietersite อยู่ที่หน้าปัด พีเทอร์ไซต์มีลวดลายสีน้ำเงิน ทอง และแดงสลับกันบนพื้นผิวเดียวกัน สร้างความรู้สึกเคลื่อนไหวและให้ภาพคล้ายกับการเปลี่ยนแปลงของทัศนียภาพธรรมชาติ แต่ละหน้าปัดถูกตัดจากหินธรรมชาติจึงไม่มีลวดลายซ้ำกัน ทำให้แต่ละเรือนสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ตัวเรือนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 39.55 มม. และความหนา 7.82 มม. สัดส่วนดูเพรียวและให้ความรู้สึกเบา ภายในบรรจุกลไก A&S1001 แบบไขลานที่ออกแบบให้มีโครงสร้างบางเป็นหัวใจสำคัญ โดยให้พลังงานสำรองประมาณ 90 ชั่วโมง และกันน้ำที่ระดับ 30 เมตร HM Pietersite มีให้เลือกทั้งตัวเรือน 18K 5N โรสโกลด์ และสเตนเลสสตีล โดยจำกัดการผลิตรุ่นละ 8 เรือนและ 18 เรือนตามลำดับ
ส่วน Ultrathin Tourbillon Onyx ให้ภาพรวมที่เรียบขรึมมากกว่า หน้าปัดผลิตจากออนิกซ์ที่มีโทนสีดำเข้ม พื้นผิวผ่านการขัดแบบแมตต์ซาตินเพื่อให้การสะท้อนของแสงนุ่มนวลและเพิ่มมิติ การทำผิวเช่นนี้ช่วยดึงความสนใจไปยังจุดศูนย์กลางของหน้าปัดและสร้างบรรยากาศที่สงบนิ่ง

ตำแหน่ง 6 นาฬิกาเป็นที่ตั้งของทัวร์บิยองแบบลอย โครงสร้างเปิดเผยรายละเอียดของกลไกอย่างชัดเจน กรอบทัวร์บิยองมาพร้อมตุ้มน้ำหนักรูปสมอซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ หมุนหนึ่งรอบในหนึ่งนาที และปลายกรอบยังทำหน้าที่เป็นตัวชี้วินาที การออกแบบตัดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นเพื่อให้การทำงานของกลไกกลายเป็นจุดเด่นหลัก
รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลาน A&S8300 ซึ่งมีความหนาเพียง 2.97 มม. ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่บางมาก หลังการปรับแต่งทำให้พลังงานสำรองเพิ่มขึ้นเป็นราว 100 ชั่วโมง ในขณะที่ยังคงกันน้ำที่ 30 เมตร Ultrathin Tourbillon Onyx มีตัวเลือกตัวเรือนทั้ง 18K 5N โรสโกลด์ และ 950 แพลทินัม โดยจำกัดการผลิตแต่ละเวอร์ชัน 8 เรือน

