Anker ภายใต้แบรนด์เสียง Soundcore ประกาศเปิดตัวหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ Liberty 5 Pro และ Liberty 5 Pro Max ในงาน Anker Day สัปดาห์นี้ โดยเริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐฯ แล้ว ราคาขายเริ่มต้นที่ US$169.99 และ US$229.99 ซึ่งเทียบได้กับประมาณ 5,524 บาท (ราคาเดิม HK$1,326 / อ้างอิงเรท 1 HKD = 4.1659 THB) และ 7,474 บาท (ราคาเดิม HK$1,794 / อ้างอิงเรท 1 HKD = 4.1659 THB) ตามลำดับ
จุดเด่นหลักของซีรีส์ Liberty 5 Pro คือชิป Thus™ AI ที่ Anker พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่แบรนด์นำ SoC นี้มาใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ชิปขับเคลื่อนเทคโนโลยีการสนทนา “Whisper Clear” ร่วมกับชุดไมโครโฟน 8 ตัวและเซนเซอร์ตรวจจับการนำเสียงทางกระดูก 2 ตัว เพื่อวิเคราะห์สนามเสียงภายนอกแบบเรียลไทม์ด้วยความถี่ถึง 384,000 ครั้งต่อวินาที แยกเสียงผู้พูดออกจากสัญญาณรบกวนรอบข้างได้อย่างแม่นยำ ทำให้บริษัทระบุว่ายังสามารถคุยในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังเกิน 100 เดซิเบลได้อย่างชัดเจน ซึ่ง Soundcore ระบุว่าได้รับการรับรองจาก Guinness World Records
ด้านการตัดเสียงรบกวน Liberty 5 Pro ใช้เทคโนโลยี Adaptive ANC 4.0 โดยแบรนด์ระบุว่าสามารถทำงานได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า Liberty 4 Pro ถึงสองเท่า ส่วนการปรับจูนเสียงแบบส่วนบุคคลยังคงใช้ HearID 5.0 ผ่านการทดสอบการฟังสั้น ๆ เพื่อสร้างกราฟ EQ เฉพาะตัว อีกทั้งฟีเจอร์ AI Sound Enhancement ยังช่วยฟื้นคืนรายละเอียดเสียงที่สูญเสียจากการบีบอัด Bluetooth ได้สูงสุดถึง 65% ซึ่งมีความหมายกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียง

ความแตกต่างที่เห็นชัดระหว่างสองรุ่นอยู่ที่ตัวเคสชาร์จ Liberty 5 Pro มาพร้อมหน้าจอ TFT ขนาด 0.96 นิ้วเพื่อสลับโหมด ANC โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ขณะที่ Pro Max อัปเกรดเป็นหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.78 นิ้วและเพิ่มฟีเจอร์ AI บันทึกเสียง ที่สามารถสร้างคำถอดเสียงอัตโนมัติ ระบุผู้พูด และสรุปรายการงานหลังประชุมได้ ผลลัพธ์การถอดเสียงจะซิงก์กับแอป Soundcore เหมาะกับผู้ใช้กลุ่มธุรกิจที่ต้องการบันทึกการประชุมเป็นหลัก
ทั้งสองรุ่นรองรับ Bluetooth 6.1, การเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์ (multi-point), รองรับ Apple Find My และ Google Fast Pair พร้อมมาตรฐานกันฝุ่นกันน้ำ IP55 เมื่อเปิด ANC ต่อเนื่องได้ราว 6.5 ชั่วโมง และรวมกับเคสชาร์จสูงสุดได้ถึง 28 ชั่วโมง ในแง่สีสัน Liberty 5 Pro มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ ดำ, น้ำเงิน, ชมพู และขาว ขณะที่ Pro Max มีให้เลือก สีดำ และสีไทเทเนียม
สรุปคือ Soundcore ยกความสามารถด้านการประมวลผลเสียงด้วย Thus™ AI เป็นจุดขายหลัก นอกเหนือจากการปรับปรุง ANC และการปรับแต่งเสียงตามบุคคล ส่วน Pro Max เด่นที่ฟังก์ชันถอดคำพูดอัตโนมัติสำหรับผู้ใช้ที่เน้นงานประชุม ตอนนี้ทั้งสองรุ่นวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเป็นที่แรก ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบช่องทางจัดจำหน่ายท้องถิ่นหรือเว็บไซต์ของ Soundcore เพื่อข้อมูลการวางจำหน่ายเพิ่มเติม

