ฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้ายที่สหรัฐอเมริกา เปิดการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มนัดแรกของกลุ่ม L ด้วยเกมดุเดือดที่สนามดัลลัส รัฐเท็กซัส โดยทีมอังกฤษเป็นฝ่ายเอาชนะโครเอเชีย 4:2 นำโดยกัปตันแฮร์รี เคนที่ทำคนเดียวสองประตู อีกสองประตูมาจากจู๊ด เบลลิงแฮม และมาร์คัส แรชฟอร์ด ทำให้อังกฤษเก็บสามคะแนนเต็มได้สำเร็จ

เกมที่สนามดัลลัสเปิดฉากเพียง 12 นาที โอกาสสำคัญเกิดขึ้นเมื่อลูกจ่ายในกรอบเขตโทษของโครเอเชียทำให้เกิดการฟาวล์กับผู้เล่นทีมอังกฤษ ผู้ตัดสินให้จุดโทษ แฮร์รี เคนรับหน้าที่สังหารครั้งแรกแต่ลูกยิงถูกผู้รักษาประตูโดมินิค ลิวาโควิชปัดออกไปก่อนที่ผู้ตัดสินจะตัดสินว่ามีการทำฟาวล์ซ้ำและให้ยิงซ้ำอีกครั้ง คราวนี้เคนไม่พลาดพังประตูให้ทีมขึ้นนำ
โครเอเชียไม่ยอมง่าย ๆ นาทีที่ 36 มาร์ติน บาตูรินา จากทีมในกัลโช่ ออกสตาร์ทด้วยการยิงไกลจากนอกกรอบด้วยความเร็วราว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลุดเข้าไปเป็นประตูตีเสมอ 1:1 หลังจากนั้นเกมเปิดกว้างขึ้น นาทีที่ 42 เดคลัน ไรซ์เปิดเตะมุมแบบโค้งจากฝั่งนอกให้แฮร์รี เคนโฉบมากระโดดโหม่งไม่ถูกประกบ ทำให้เคนทำประตูที่สองของตัวเองในเกมส์นี้และช่วยให้อังกฤษนำอีกครั้ง แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรกนาทีที่ 45+5 อีวาน เปริซิชเปิดบอลต่อให้เปตาร์ มูซาโหม่งเข้าประตู ทำให้ทั้งสองทีมเสมอกัน 2:2 ก่อนแยกย้ายเข้าสู่ห้องแต่งตัว

ครึ่งหลังเริ่มมาได้เพียง 2 นาที อังกฤษชิงความได้เปรียบกลับมาอีกครั้งจากจู๊ด เบลลิงแฮม ที่รับบอลในกรอบและยิงผ่านมือโดมินิค ลิวาโควิชเข้าประตู ทำให้อังกฤษนำ 3:2 โครเอเชียพยายามแก้เกมโดยส่งตัวสำรองลงสนามเพื่อทวงคืน แต่แนวรับของอังกฤษเล่นได้แข็งแกร่งและรัดกุมขึ้น อย่างไรก็ตามช่วงท้ายเกมนาทีที่ 85 มาร์คัส แรชฟอร์ด ซึ่งถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองรับบอลจากบูกาโย่ ซากาแล้วจบสกอร์ได้สำเร็จ ปิดท้ายให้สกอร์จบที่ 4:2 แฮร์รี เคนและเพื่อนร่วมทีมเก็บสามคะแนนเต็มในนัดเปิดสนาม

สถิติตลอดเกมแสดงให้เห็นว่าอังกฤษมีประสิทธิภาพในเกมรุกด้วยการยิงรวม 19 ครั้ง เข้ากรอบถึง 12 ครั้ง ขณะที่ครองบอลอยู่ที่ 54% เป็นผลงานที่กดดันโครเอเชียได้อย่างต่อเนื่องและช่วยให้ทีมควบคุมเกมได้มากกว่า
สำหรับแฮร์รี เคน เกมนี้ทำให้เขาทำสถิติประตูในรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเพิ่มเป็น 10 ประตู เทียบเท่ากับสถิติของแกรี่ ไลเนเกอร์อีกทั้งยังทำให้ยอดรวมประตูในทีมชาติของเขาเพิ่มเป็น 80 ประตู ทุบสถิติสูงสุดของทีมชาติอังกฤษที่เขาเป็นผู้ทำไว้ก่อนหน้านี้ต่อเนื่อง

