Google ในที่สุดได้ผลักดัน Gemini for Home จากการเป็นซอฟต์แวร์ไปสู่ฮาร์ดแวร์ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 บริษัทประกาศเปิดตัว Google Home Speaker และเริ่มเปิดให้สั่งจองแล้ว โดยตั้งราคาที่ 3,333 บาท (ราคาเดิม US$99.99) และจะวางขายจริงในวันที่ 25 มิถุนายน 2569; อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นลำโพงเสียงรุ่นแรกที่ออกแบบมาสำหรับ Gemini โดยเน้นคำสั่งภาษาธรรมชาติ การสั่งงานหลายขั้นตอน การแก้ไขคำสั่งขณะใช้งาน และการสนทนาต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ต้องจำคำสั่งสมาร์ทโฮมตามรูปแบบเดิมๆ
ไม่只是 Nest Audio 接班
ด้านฮาร์ดแวร์ Google Home Speaker ถูกออกแบบให้ส่งเสียงแบบ 360 องศา มาพร้อมไมโครโฟนระยะไกล ปุ่มปิดไมโครโฟนแบบกายภาพ และแหวนไฟที่ฐานสำหรับแสดงสถานะการฟัง กำลังประมวลผล หรือกำลังตอบ สเปกระบุว่าฝังชิป A55 แบบควอดคอร์พร้อม NPU, แรม 1GB, พื้นที่เก็บข้อมูล 4GB รองรับ Wi‑Fi 6, Bluetooth 5.4 ทำหน้าที่เป็น Matter hub และทำงานเป็น Thread 1.3 border router นอกจากนี้ยังสามารถจับคู่กับ Google TV Streamer ได้สูงสุดสองเครื่องเพื่อจัดตั้งระบบสเตอริโอหรือสร้างเอฟเฟกต์เสียงรอบทิศทาง/เชิงพื้นที่
進階 AI 功能綁定 Premium
สิ่งที่ต้องสังเกตจริงๆ คือระดับการสมัครใช้งาน Google ระบุว่า Google Home Premium จะปลดล็อกฟีเจอร์สำคัญอย่าง Gemini Live, Camera History Search และ Home Briefs โดยข้อกำหนดใน Google Store ระบุว่าผู้ที่ซื้อ Google Home Speaker ก่อนวันที่ 30 กันยายน 2569 จะได้รับการทดลองใช้ฟรีแบบ Premium Standard 6 เดือน หลังจากนั้นแผน Standard คิดค่าบริการ US$10 ต่อเดือน หรือ US$100 ต่อปี ซึ่งเทียบเป็นไทยประมาณ 333 บาท (ราคาเดิม US$10) ต่อเดือน หรือ 3,333 บาท (ราคาเดิม US$100) ต่อปี ดังนั้น US$99.99 เป็นเพียงราคาฮาร์ดแวร์เบื้องต้น ประสบการณ์ Gemini แบบเต็มรูปแบบยังขึ้นกับการสมัคร การเปิดให้บริการในแต่ละพื้นที่ และการรองรับภาษา ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ชัดเจนที่สุดของอุปกรณ์นี้
香港未列首發名單
ตลาดเปิดตัวเริ่มจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหลายประเทศในยุโรป แต่ฮ่องกงยังไม่อยู่ในรายชื่อด้วย จึงยังไม่ถือเป็นข่าวการวางจำหน่ายในท้องถิ่นและยังไม่มีราคาขายในประเทศ การรับประกันแบบศูนย์ หรือวันที่วางขายในฮ่องกง/ไทยให้ยืนยันได้ ในมุมมองตลาดฮ่องกง ความหมายที่ชัดเจนกว่าการมาถึงของฮาร์ดแวร์คือ Google กำลังเปลี่ยนจุดเข้าใช้งานสมาร์ทโฮมจาก ‘ลำโพงที่รอฟังคำสั่ง’ ไปเป็น ‘อินเทอร์เฟซ AI ในบ้านที่เรียกเก็บค่าสมาชิก’ ขั้นตอนถัดไปที่ต้องจับตามองคือ อุปกรณ์ Nest รุ่นเก่าจะได้รับฟีเจอร์ของ Gemini มากน้อยเพียงใด และบริการ Premium จะถูกเปิดให้ใช้งานเต็มรูปแบบในฮ่องกงหรือไม่

