OpenAI ประกาศเปิดตัวตระกูลโมเดลเจเนอเรชันใหม่ GPT-5.6 อย่างเป็นทางการ พร้อมกันสามเวอร์ชันคือ Sol, Terra และ Luna ซึ่งวางตำแหน่งตั้งแต่รุ่นหลักไปจนถึงรุ่นเริ่มต้น เพื่อรองรับงานเขียนโค้ด การใช้งานเชิงองค์กร และงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ทั้งสามรุ่นถูกนำขึ้นให้บริการผ่าน ChatGPT, Codex และ OpenAI API แล้ว

ทั้งสามรุ่นแบ่งชั้นตามการใช้งาน: Sol เป็นรุ่นหลักที่เน้นงานเขียนโค้ด โดย OpenAI ซีอีโอ Sam Altman ระบุกับ CNBC ว่า Sol มีประสิทธิภาพการใช้ token ในงานโค้ดดีขึ้น 54% บริษัทอ้างผลการทดสอบจาก Artificial Analysis Coding Agent Index ว่า Sol ได้คะแนน 80 สูงกว่า Fable 5 ของ Anthropic อยู่ 2.8 คะแนน และในการทดสอบพบว่า Sol ใช้ token ในการส่งผลลัพธ์น้อยกว่าครึ่ง ใช้เวลาน้อยกว่าครึ่ง และมีต้นทุนลดลงประมาณหนึ่งในสาม ส่วน Terra มีประสิทธิภาพสูงกว่า Fable 5 เล็กน้อย ขณะที่ Luna ทำคะแนนเหนือกว่า Opus 4.8 OpenAI ระบุว่า GPT-5.6 เป็นโมเดลด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่มีมา รองรับงานเช่นการสร้างแบบจำลองภัยคุกคาม การตรวจสอบโค้ดและการแพตช์ และการฝึกปฏิบัติการทีมป้องกันสำหรับงานเชิงป้องกัน

ราคาคิดเป็นต่อหนึ่งล้าน token: Sol — ค่าเข้า 167 บาท (ราคาเดิม 5 USD) และค่าออก 1,002 บาท (ราคาเดิม 30 USD); Terra — ค่าเข้า 84 บาท (ราคาเดิม 2.5 USD) และค่าออก 501 บาท (ราคาเดิม 15 USD); Luna — ค่าเข้า 33 บาท (ราคาเดิม 1 USD) และค่าออก 200 บาท (ราคาเดิม 6 USD) โดย OpenAI ยังเปิดตัว ChatGPT Work เครื่องมือผู้ช่วยสำหรับการทำงานบนเดสก์ท็อป เว็บ และมือถือ ช่วยร่างเอกสาร สเปรดชีต และงานพรีเซนเทชันประจำวัน สำหรับนักพัฒนาและทีมองค์กรที่ต้องจัดการโค้ดและเอกสารจำนวนมาก การกำหนดราคาตามชั้นช่วยให้ควบคุมต้นทุนตามความซับซ้อนของงาน

น่าสังเกตว่าเมื่อ GPT-5.6 เปิดตัว OpenAI ยังประกาศปิด Atlas AI เบราว์เซอร์ ซึ่งเปิดตัวมาไม่ถึงหนึ่งปี โดยฟังก์ชันการเรียกดูผ่านพร็อกซีจะถูกย้ายไปยังแอปเดสก์ท็อปและส่วนขยาย Chrome นอกจากนี้ผู้บริหารระดับสูง Fidji Simo ได้ลาออกด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ทำให้ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการจัดองค์กร ขณะเดียวกันโมเดลทั้งสาม Sol, Terra และ Luna ก็พร้อมใช้งานผ่าน ChatGPT และ API แล้ว

