เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 OpenAI เปิดตัว ChatGPT Work อย่างเป็นทางการ พร้อมอัปเดตเวอร์ชันเดสก์ท็อปของ ChatGPT โดยรวมฟีเจอร์ Chat, Work และ Codex ไว้ในแอปเดียว การอัปเดตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มโมเดลแชต แต่เป็นการเปลี่ยนบทบาทของจีพีทีจากการตอบคำถาม ไปสู่การเป็นเครื่องมือที่สามารถเชื่อมต่อไฟล์ เว็บไซต์ และเวิร์กโฟลว์เพื่อนำไปสู่การลงมือทำงานให้เสร็จ

Atlas ถอนบท ความสามารถท่องเว็บย้ายกลับสู่จีพีที
ใน release notes อย่างเป็นทางการ OpenAI ยืนยันว่า ChatGPT Atlas จะหยุดให้บริการในวันที่ 9 สิงหาคม 2569 สาเหตุเพราะบริษัทต้องการนำความสามารถของเอเยนต์แบบเบราว์เซอร์กลับไปรวมไว้ใน ChatGPT และ Codex กล่าวคือ OpenAI จะไม่บังคับให้ผู้ใช้ย้ายไปใช้เบราว์เซอร์ AI แยกต่างหากอีกต่อไป แต่จะรวมการดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ การสั่งงานเครื่องมือต่าง ๆ และเวิร์กโฟลว์ของ Codex เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมเดสก์ท็อปของ ChatGPT
Work มุ่งสู่การทำงานแบบระยะยาว
ตามคำอธิบายของ OpenAI, ChatGPT Work ถูกออกแบบมาให้ทำงานข้ามแอปที่เชื่อมต่อ ไฟล์ และเว็บต่าง ๆ เพื่อสร้างเอกสาร สเปรดชีต พรีเซนเทชัน รายงาน และ Sites รวมถึงแยกขั้นตอนสำหรับงานที่ใช้เวลานาน ฟีเจอร์บนเว็บและมือถือจะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้แผนชำระเงินก่อน ได้แก่ Pro, Pro Lite, Enterprise และ Edu ส่วน Plus และ Business จะตามมา ขณะที่เวอร์ชันเดสก์ท็อปใหม่จะรองรับทั้ง macOS และ Windows ทั่วโลก
ฟังก์ชันที่เคยกระจายอยู่ใน ChatGPT, แอป Codex, เบราว์เซอร์ Atlas และไดเรกทอรีปลั๊กอิน จะทยอยรวมเข้าสู่เดสก์ท็อปใหม่ ผู้ที่ยังใช้ Atlas อยู่จำเป็นต้องจัดการข้อมูลจากเบราว์เซอร์ก่อนวันที่ 9 สิงหาคม หากเตรียมใช้ Work เพื่อเชื่อม Google Drive, Microsoft 365, Slack หรือไฟล์ในเครื่อง ควรทบทวนสิทธิ์การเข้าถึง นโยบายข้อมูลของบริษัท และกระบวนการอนุมัติการส่งออกข้อมูล GPT 5.6 เป็นฐานความสามารถ แต่การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมเกิดจากการที่ OpenAI ผลักให้ผู้ใช้เปลี่ยนจากการ “ถาม AI” มาเป็นการ “มอบหมายงานให้ AI ทำ” พร้อมยกเรื่องการอนุญาตข้อมูล ความรับผิดชอบในการอนุมัติ และการคัดเลือกเครื่องมือให้มีความสำคัญมากขึ้น
ที่มา: OpenAI

