เมื่อเอ่ยถึง คริสโตเฟอร์ โนแลน (路蘭) หลายคนคงนึกถึง Inception〈潛行凶間〉, Interstellar〈星際啟示錄〉, TENET〈天能〉 และ Oppenheimer〈奧本海默〉 เป็นต้น ผลงานของเขาไม่เคยเป็นเพียงโปรเจกต์บล็อกบัสเตอร์ทั่วไป หากแต่ใช้แนวทางของแต่ละเรื่องเป็นเวทีสำรวจเวลา มนุษยธรรม ความเชื่อ และการตัดสินใจ ดังนั้นทุกครั้งที่มีผลงานใหม่ประกาศออกมา ย่อมกลายเป็นจุดสนใจของคอหนังทั่วโลก ครั้งนี้หลังจาก Oppenheimer กวาดรางวัลออสการ์แล้ว โนแลนไม่ได้เดินตามแนวประวัติศาสตร์จริง แต่เลือกหันกล้องไปสู่วรรณกรรมคลาสสิกที่สืบทอดมากว่าสองพันปี โดย โอดิสซีย์〈奧德賽〉กลายเป็นผลงานแรกที่เขาท้าทายมหากาพย์ตำนาน
โอดิสซีย์〈奧德賽〉ดัดแปลงจากมหากาพย์ชื่อเดียวกันของโฮเมอร์ (Homer / 荷馬) ซึ่งร่วมกับ Iliad〈伊利亞德〉ถือเป็นงานวรรณกรรมตะวันตกที่มีอิทธิพลที่สุดชิ้นหนึ่ง แม้ฉากพื้นหลังจะอิงตำนานกรีกโบราณ มีเหล่าเทพ ปีศาจ และพลังเหนือธรรมชาติ แต่เหตุผลที่ผลงานนี้ถูกเล่าต่อกันมาหลายศตวรรษไม่ได้อยู่ที่ความแฟนตาซี หากเป็นเรื่องราวของการเดินทางกลับบ้าน หลังชัยชนะในสงครามทรอย โอดิสเซอุส〈奧德修斯〉ควรกลับสู่อีธากาเพื่ออยู่กับครอบครัว แต่โชคชะตากลับบีบให้เขาต้องล่องเรืออย่างยาวนานถึงสิบปี เขาพบกับทะเลที่ไม่คุ้นเคย สัตว์ร้าย และอุปสรรคจากเหล่าเทพ สูญเสียเพื่อนร่วมทางและหลงทางไปหลายครั้ง แต่สิ่งที่ผลักดันให้เขายังฝ่าฟันต่อไปคือความหวังว่าจะได้กลับมาอยู่กับคนที่รัก

สำหรับผู้ชมที่ติดตามผลงานของ คริสโตเฟอร์ โนแลน จะพบว่า โอดิสซีย์〈奧德賽〉มีแก่นร่วมกับหนังในอดีตหลายเรื่อง Interstellar〈星際啟示錄〉 ก็เล่าเรื่องพ่อที่ข้ามกาลเวลาเพื่อกลับไปหาครอบครัว; Dunkirk〈敦克爾克大行動〉บอกเล่าเรื่องการเอาชีวิตรอดและการกลับบ้านในยามสงคราม; ส่วน Oppenheimer〈奧本海默〉สำรวจผลลัพธ์จากการตัดสินใจของอัจฉริยะ แม้ธีมจะดูต่างกัน แต่ทั้งหมดวนเวียนอยู่กับเวลา หน้าที่และความขัดแย้งทางจิตใจ โอดิสซีย์จึงนำองค์ประกอบเหล่านี้ไปวางบนตัวเอกในตำนาน ทำให้แฟนหนังมองว่าเป็นการต่อยอดเส้นทางการสร้างสรรค์ของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
จุดเปลี่ยนสำคัญในการดัดแปลงคือการไม่สร้าง ออดิสเซอุส〈奧德修斯〉ให้เป็นฮีโร่ไร้เทียมทาน ต่างจากภาพยนตร์ตำนานหลายเรื่องที่ให้ตัวเอกเอาชนะด้วยพละกำลัง ออดิสเซอุสไม่ได้ใช้กำลังเป็นหลัก แต่พึ่งพาความฉลาดและกลยุทธ์ ทั้งยังมีความโอหังจนทำผิดพลาด และบางครั้งการตัดสินใจของเขาก็ทำให้คนรอบข้างต้องจ่ายราคา เขามีความกลัว มีความสับสน และตั้งคำถามกับความเชื่อของตัวเอง ทำให้ตัวละครมีมิติยิ่งขึ้นและเปิดโอกาสให้ผู้ชมเข้าไปสำรวจจิตใจของเขาได้ง่ายขึ้น

อีกเส้นเรื่องสำคัญคือ เพเนโลปี〈潘妮洛普〉 ภรรยาของเขา ขณะที่สามีล่องเรือสิบปี เธอไม่ได้นิ่งรอแต่กลับแบกรับหน้าที่ปกป้องอาณาจักร เมื่อพวกขุนนางผลักดันให้มีการขอแต่งงานและหมายจะยึดบัลลังก์ เธอใช้ไหวพริบถ่วงเวลา หวังว่าสักวันสามีจะกลับมา ภาพยนตร์วางบทบาทของเธอให้เท่าเทียมกับออดิสเซอุส ทำให้การรอคอย 10 ปี ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่เป็นโมเมนต์ของความมุ่งมั่นต่อครอบครัวและความเชื่อ

บทรองอีกบทคือ เทเลมาคัส〈鐵拉馬庫斯〉 บุตรของทั้งคู่ ขณะที่ออดิสเซอุสจากไป เขายังเป็นเด็ก ในสิบปีนั้นได้รู้เรื่องพ่อผ่านเรื่องเล่าของผู้อื่น เมื่อต่อมาอาณาจักรถูกคุกคาม เขาต้องเติบโตขึ้นเป็นผู้รับช่วงความรับผิดชอบ ภาพยนตร์เล่าเรื่องสองเส้นขนานระหว่างพ่อที่พยายามกลับบ้านและลูกที่ค้นหาความกล้าที่เป็นของตนเอง ทำให้เรื่องราวนอกจากการผจญภัยยังมีแก่นของความสัมพันธ์ในครอบครัว

แม็ตต์ เดมอน (Matt Damon) ผู้รับบท ออดิสเซอุส เป็นหนึ่งในเสน่ห์ของภาพยนตร์ จากผลงานทั้งในซีรีส์ Bourne, The Martian〈火星任務〉 และ Oppenheimer〈奧本海默〉 เขาเชี่ยวชาญบทตัวละครที่เผชิญวิกฤติและใช้สติเอาตัวรอด จึงถูกมองว่าลงตัวกับกษัตริย์ที่ใช้ไหวพริบนี้ เพื่อให้เข้าถึงตัวละคร เดมอนฝึกสภาพร่างกายและควบคุมอาหารเป็นเวลานาน รวมถึงไว้หนวดเคราเพื่อสื่อถึงร่องรอยแห่งการล่องเรือหลายปี มากกว่าฮีโร่สมบูรณ์แบบตามตำนาน

แอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway) ในบท เพเนโลปี ไม่ใช่ผู้หญิงที่แค่นั่งรอ แต่ต้องเผชิญเกมอำนาจทั้งภายในและภายนอก ความเฉียบคมและความเยือกเย็นของเธอสะท้อนกับออดิสเซอุส นักแสดงยังลงรายละเอียดเรียนรู้ทักษะทอผ้าสมัยโบราณ เพื่อให้รายละเอียดของตัวละครสอดคล้องกับบริบทเรื่อง

ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland) รับบท เทเลมาคัส โดยทิ้งภาพซูเปอร์ฮีโร่จาก Spider-Man มารับบทเจ้าชายที่เติบโตขึ้นท่ามกลางการขาดหายของบิดา ตัวบทต้องการการถ่ายทอดอารมณ์ที่ละเอียดอ่อนมากกว่าฉากแอ็กชัน ทำให้บทนี้ท้าทายนักแสดงในแง่การแสดงเชิงอารมณ์

โรเบิร์ต แพททินสัน (Robert Pattinson) รับบท แอนตินออัส (Antinous) หนึ่งในผู้ท้าชิงบัลลังก์ จากผลงานเช่น The Batman และ Mickey 17 เขาหยิบบทเป็นตัวร้ายที่ทะเยอทะยานมาสร้างความตึงเครียดให้เรื่อง ขณะที่ Zendaya รับบท Athena เทพีผู้แทรกเข้ามาในเส้นทางของออดิสเซอุสและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

นอกเหนือจากตัวเอก ยังมีนักแสดงสมทบระดับเวิลด์คลาส เช่น Lupita Nyong’o, Charlize Theron, Jon Bernthal, Himesh Patel, Bill Irwin, Elliot Page, Benny Safdie, Corey Hawkins และ Mia Goth ทำให้สเกลของคณะนักแสดงถือว่าเป็นหนึ่งในโปรดักชันฮอลลีวูดที่มีน้ำหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ถ้าฝีมือนักแสดงคือหนึ่งในแม่เหล็กที่ดึงผู้ชม เทคนิการถ่ายทำคืออีกเหตุผลที่ทำให้ โอดิสซีย์〈奧德賽〉ถูกพูดถึงยกใหญ่ โนแลนยืนกรานใช้ฟิล์มมาโดยตลอด และครั้งนี้เขาก้าวไปอีกขั้นด้วยการเป็นภาพยนตร์เชิงเรื่องเล่นเรื่องแรกของโลกที่ถ่ายทำทั้งหมดด้วยกล้อง IMAX ฟิล์ม 100% การถ่ายทำใช้ฟิล์มรวมราว 2,100,000 ฟุต รุ่น IMAX ใหม่ถูกออกแบบปรับปรุงบางส่วนโดยใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในฉากขนาดใหญ่ พร้อมยังรักษาคุณสมบัติของฟิล์มไว้ ทั้งการไล่ระดับแสงและสี รวมถึงรายละเอียดของภาพ

สำหรับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ฟิล์มไม่ใช่แค่เครื่องมือถ่ายทำ แต่เป็นภาษาการเล่าเรื่อง เขาเชื่อว่าฟิล์มให้การเปลี่ยนแปลงของแสงและพื้นผิวภาพที่เป็นธรรมชาติมากกว่า จึงไม่แปลกที่แฟนภาพยนตร์เฝ้ารอว่า โอดิสซีย์〈奧德賽〉จะนำเอาจุดเด่นของจอ IMAX มาใช้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นฉากทะเลคลื่นกระหน่ำ ทิวทัศน์ภูเขากว้างใหญ่ หรือภาพรวมของเมืองโบราณและสนามรบ ฉากเหล่านี้มีศักยภาพสร้างประสบการณ์ดื่มด่ำบนจอยักษ์ และหลายโรงภาพยนตร์จึงให้ความสำคัญกับเวอร์ชัน IMAX ในการฉาย

เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางประวัติศาสตร์ ทีมงานเลือกลดการพึ่งพาเอฟเฟกต์คอมพิวเตอร์ และยึดหลักการถ่ายจริงแบบที่โนแลนชอบกดดันถ่ายทำจริงหลากหลายโลเคชัน ทั้งโมร็อกโก กรีซ อิตาลี ไอซ์แลนด์ และสกอตแลนด์ โดยสร้างฉากเมืองโบราณขนาดใหญ่ขึ้นมาใหม่ โมร็อกโกถูกใช้เป็นพื้นฐานในการจำลองขนาดของทรอย ปราสาทบนเกาะ Favignana ในอิตาลีถูกปรับเป็นพระราชวังในอีธากา ส่วนภูมิประเทศที่กว้างและเปลี่ยวของไอซ์แลนด์กลายเป็นหนึ่งในฉากลึกลับที่สุดของหนัง การถ่ายทำในสภาพแวดล้อมจริงให้แสงและมิติของพื้นที่ที่ยากจะเลียนแบบด้วยกรีนสกรีน และเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในผลงานของโนแลน

โอดิสซีย์〈奧德賽〉ไม่ใช่เพียงมหากาพย์ตำนาน หากเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว หน้าที่ และความยืนหยัด วีรบุรุษในเรื่องไม่ได้เกิดมาพร้อมชัยชนะ แต่ลุกขึ้นใหม่จากความพ่ายแพ้และบททดสอบ เมียที่รอไม่ได้อ่อนแอ แต่คงความเชื่อมั่นเหนียวแน่น ด้านลูกชายไม่ได้แค่สืบบัลลังก์ แต่เรียนรู้ที่จะยืนด้วยตัวเอง เหตุผลเหล่านี้ทำให้เรื่องราวยังคงเป็นคลาสสิกตลอดกาล และการที่ คริสโตเฟอร์ โนแลน หยิบมาเล่าใหม่ด้วยภาษาภาพยนตร์ของเขา ยิ่งทำให้แฟนๆ อยากเห็นว่าเขาจะเติมชีวิตใหม่ให้ผลงานชิ้นนี้อย่างไร


หากคุณชื่นชอบ Gladiator〈帝國驕雄〉, Dune〈沙丘瀚戰〉, The Lord of the Rings〈魔戒〉สามภาค หรือเป็นแฟนงานของ คริสโตเฟอร์ โนแลน โอดิสซีย์〈奧德賽〉น่าจะเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ต้องดูช่วงซัมเมอร์นี้ เมื่อมหากาพย์มาพบกับการถ่ายทำบนฟิล์ม IMAX พร้อมโปรดักชันสถานที่จริงและคณะนักแสดงระดับนานาชาติ การเดินทางข้ามสิบปีเพื่อกลับบ้านเรื่องนี้จึงควรดูบนจอใหญ่เพื่อซึมซับในทุกรายละเอียด
โอดิสซีย์〈奧德賽〉จะเข้าฉายในฮ่องกงในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569


