OpenAI ก้าวเข้าสู่ธุรกิจฮาร์ดแวร์อย่างเป็นทางการด้วยคีย์บอร์ดราคาสุทธิ 230 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7,722 บาท) รุ่นชื่อ Codex Micro ซึ่งเริ่มวางขายตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2569 โดยอุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับข่าวลืออุปกรณ์ AI สำหรับผู้บริโภคที่ว่าดูแลโดย Jony Ive แต่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อผู้ช่วยด้านการเขียนโปรแกรม Codex โดยเฉพาะ

Codex Micro ผลิตโดยผู้ผลิตอุปกรณ์คีย์บอร์ดสั่งทำจากสหรัฐฯ คือ Work Louder ตัวบอดี้ยกมาจากกรอบอะลูมิเนียม CNC ของรุ่นเรือธง Creator Micro 2 พร้อมฝาครอบโพลีคาร์บอเนต แผงคีย์มีสวิตช์กลแบบโลว์โปรไฟล์จำนวน 13 ตัวที่ตั้งค่าโปรแกรมแยกได้ ทำให้ผู้ใช้เลือกได้ระหว่างเวอร์ชันสัมผัสแบบ “clicky” หรือแบบเงียบ “silent” นอกจากนี้ยังมีจอยสติ๊ก 2D หนึ่งตัวและลูกบิดกดได้หนึ่งตัว






ความพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับ Codex คือแผงปุ่ม Agent Keys จำนวนหกปุ่มที่มีพื้นผิวด้าน แต่ละปุ่มแทนหนึ่งงาน AI ที่กำลังรันอยู่และแสดงสถานะด้วยสีไฟห้าสี ได้แก่ สีขาว สีฟ้า สีเขียว สีเหลือง และสีแดง ที่บอกสถานะว่าง กำลังคิด เสร็จแล้ว ต้องการป้อนข้อมูล และเกิดข้อผิดพลาดตามลำดับ การคลิกครั้งเดียวจะสลับไปยังงานพื้นหลังนั้น ส่วนการดับเบิลคลิกจะเรียกหน้าต่าง Codex ขึ้นมาโดยตรง สำหรับนักพัฒนาที่ต้องเปิด agent หลายตัวพร้อมกัน ปุ่มเหล่านี้ช่วยย้ายการสลับหน้าต่างจากบนหน้าจอมาไว้บนแผงทางกายภาพบนโต๊ะได้ทันที



ลูกบิดเป็นอีกจุดที่น่าสนใจ เมื่อกดค้างจะเปิดหน้าเซตติ้งเพื่อแม็ปปุ่มใหม่ได้ และการหมุนใช้ปรับระดับการให้เหตุผล (reasoning) ของแต่ละ agent เพื่อจัดสรรทรัพยากรการประมวลผลให้เหมาะกับงาน — งานง่ายก็ลดลง งานซับซ้อนก็เพิ่มขึ้น จุดนี้ช่วยลดการต้องคลิกเลื่อนสไลเดอร์ในอินเทอร์เฟซลงไปได้มาก ทางซ้ายล่างของตัวเครื่องยังมีพื้นที่สัมผัสและไฟบอกสถานะสามดวงสำหรับสลับระหว่างหกเลเยอร์ที่ตั้งโปรแกรมไว้ หรือจะให้แอปของ Work Louder ที่ชื่อ AppSense ตรวจจับแอปที่ใช้งานอยู่ในหน้าแรกแล้วสลับเลเยอร์ให้อัตโนมัติก็ได้

ในแง่กลยุทธ์ด้านราคา ค่าตั้งต้น 230 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ Codex Micro แพงกว่ารุ่น Creator Micro 2 ของ Work Louder ที่มีราคาระหว่าง 144 ถึง 199 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,835–6,681 บาท / ราคาเดิม 144–199 USD) อยู่พอสมควร ทาง OpenAI ยืนยันกับสื่อว่านี่เป็นความร่วมมือแบบจำกัดจำนวน ไม่ได้ตั้งใจจะรุกตลาดฮาร์ดแวร์ผู้บริโภคโดยตรง กล่าวอีกนัยหนึ่งคืออุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นงานโชว์ทิศทางเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้พัฒนาคุ้นเคยกับการมอง agent เป็นวัตถุจริงบนโต๊ะ ไม่ใช่แค่แท็บในเบราว์เซอร์ ขณะนี้อุปกรณ์ควบคุมผ่านแอป ChatGPT เวอร์ชันเดสก์ท็อป ผู้ที่สนใจต้องสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ของ OpenAI และเผื่อค่าภาษีศุลกากรและค่าขนส่งไว้ด้วย
เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนหรือหูฟัง เปอร์เซ็นต์ยอดขายอาจไม่ใช่หัวใจ แต่ความหมายเชิงกลยุทธ์ของอุปกรณ์เสริมประเภทนี้คือการเปิดทางให้ก้าวต่อไป — เมื่อตั้งค่า agent ให้ทำงานเป็นกิจวัตร อินเทอร์เฟซควบคุมในรูปแบบฮาร์ดแวร์อาจแพร่หลายเร็วกว่าที่คิด
สั่งซื้อจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : https://openai.com/supply/co-lab/work-louder/
บทความนี้อ้างอิงรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ เช่น TechCrunch, ITmedia และ TestingCatalog

