Longines เปิดตัวรุ่นใหม่ Conquest Heritage Central Power Reserve โดยนำหน้าปัดโอปอลโทนสีน้ำเงินอ่อนมามอบลุคสดชื่นให้กับผลงานคลาสสิกชิ้นนี้ ทางแบรนด์ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างของเรือน แต่เลือกอัปเดตโทนสีเพื่อเติมอารมณ์ร่วมสมัยให้กับรุ่นรี-อิดิชั่นที่เปิดตัวในปี 2024 พร้อมยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันแสดงระดับพลังงานตรงกลางหน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากชิ้นต้นแบบปี 1959 ยังคงสะท้อนความงามเชิงกลไกที่แตกต่าง

คอลเล็กชัน Conquest กำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 1954 และกลายเป็นหนึ่งในคอลเล็กชันสำคัญของ Longines อีกทั้งยังเป็นชื่อชุดรุ่นแรกที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ ในปี 1959 รุ่น Conquest ref. 9028 คือผลงานแรกที่ย้ายอินดิเคเตอร์แสดงพลังงานสำรองมาวางไว้ตรงกลางหน้าปัด โดยใช้แผ่นวงกลมหมุนเพื่อชี้ระดับพลังงานคงเหลือ กลายเป็นหนึ่งในดีไซน์ที่จดจำได้ง่ายของแบรนด์ ฟังก์ชันซับซ้อนที่มีประวัติยาวชิ้นนี้ยังคงใช้ในงานของ Longines เท่านั้น ทำให้ Conquest Heritage Central Power Reserve แตกต่างจากนาฬิกาอื่นที่มักวางอินดิเคเตอร์ไว้ขอบหน้าปัด

ชิ้นใหม่ยังคงใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 38 มิลลิเมตร ตกแต่งด้วยการขัดด้านและขัดเงาสลับกัน มาพร้อมเม็ดมะยมที่สลักสัญลักษณ์ปีกนาฬิกา ฝาครอบกระจกหน้าทั้งสองด้านเป็นแซฟไฟร์ทรงโค้งเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน และฝาหลังแบบขันเกลียวใส สามารถกันน้ำได้ถึง 5 บาร์ (50 เมตร) เพียงพอต่อการสวมใส่ประจำวัน โทนสีสว่างของหน้าปัดโอปอลสีน้ำแข็งให้ความรู้สึกเบา สดขึ้น ตัดกับหลักชั่วโมงทรงสามมิติชุบเงิน และเข็มทรงสูงเคลือบชั้นเรืองแสง Super-LumiNova® ที่ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์เรโทร ขณะที่ช่องแสดงวันที่ทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกายังคงอยู่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของซีรีส์



เสน่ห์หลักของเรือนนี้ยังคงอยู่ที่อินดิเคเตอร์แสดงพลังงานกลางหน้าปัด ซึ่งประกอบด้วยแผ่นวงกลมหมุนสองชิ้นวางซ้อน ณ จุดศูนย์กลาง โดยมีเครื่องหมายชี้แบบแท่งคู่และสเกลรอบนอกช่วยบอกระดับพลังงานที่เหลือ เมื่อกลไกทำงานหรือผู้สวมขึ้นลาน วงกลมทั้งสองจะหมุนไปพร้อมกัน ทำให้เจ้าของสามารถอ่านพลังงานคงเหลือได้โดยตรง อีกทั้งยังเพิ่มมิติและการเคลื่อนไหวให้หน้าปัด แตกต่างจากการวางอินดิเคเตอร์ที่มุมขอบหน้าปัดตามปกติ การจัดวางแบบกลางนี้จึงยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจจากมรดกของแบรนด์

รุ่นใหม่นี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องอัตโนมัติ Longines L896.5 ที่มาพร้อมสปริงซิลิคอน ช่วยเพิ่มความทนทานต่อสนามแม่เหล็กและเสถียรภาพการเดินเวลา พร้อมกำลังสำรอง 72 ชั่วโมง และยังสามารถชมเครื่องผ่านฝาหลังใสได้ นาฬิกามีให้เลือกสองเวอร์ชัน ได้แก่ สายเหล็กสเตนเลสพร้อมระบบไมโครอินทิเกรตสำหรับปรับความยาว และสายหนังสีเทาพร้อมบัคเคิลสไตล์วินเทจ การปรับสีเป็นหน้าปัดโอปอลสีน้ำแข็งครั้งนี้อาจเป็นเพียงการอัปเดตโทน แต่ช่วยให้ผลงานคลาสสิกชิ้นนี้ดูสดใสและเป็นมิตรมากขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งอินดิเคเตอร์พลังงานกลางอันเป็นเครื่องหมายการค้าทางกลไก เหมาะสำหรับผู้ที่มองหานาฬิกาที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ มุมมองเชิงกล และการใช้งานประจำวันไว้ด้วยกัน

