Roger Dubuis ไม่ได้เดินตามเส้นทางแบบดั้งเดิมของแบรนด์นาฬิกาชั้นสูงเสมอไป ทุกครั้งที่เปิดตัวผลงานใหม่มักชอบผสมผสานทักษะการผลิตนาฬิกาเข้ากับเรื่องราวชวนจินตนาการ ผลงานล่าสุด Excalibur The Kabuto Legacy สืบทอดแนวคิดจากชุด Knights of the Round Table ของแบรนด์ แต่ไม่ได้เล่าเรื่องตำนานอาเธอร์อีกต่อไป คราวนี้แบ็กกราวด์ถูกย้ายไปยังญี่ปุ่นศตวรรษที่สิบเจ็ด นำวัฒนธรรมซามูไรมาตีความใหม่ โดยรวบรวมนายพลซามูไรสิบสองคนมาไว้บนหน้าปัด

การเปลี่ยนจากอัศวินเป็นซามูไรเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างกล้าหาญและเสี่ยงต่อการตกเป็นเพียงเอฟเฟกต์ด้านภาพ แต่นี่ไม่ใช่การใส่องค์ประกอบญี่ปุ่นแค่ในเชิงเครื่องประดับ Roger Dubuis นำบุคคลทางประวัติศาสตร์ หมวกเหล็ก (kabuto) ตราเครือญาติ และสถาปัตยกรรมปราสาทเอะโดะมาผนวกรวมในการออกแบบ ทำให้นาฬิกาดูเหมือนงานศิลปะแบบจิ๋วที่สวมใส่ได้ มากกว่าจะเป็นรุ่นลิมิเต็ดที่ใส่ดีเทลญี่ปุ่นเข้ามาอย่างผิวเผิน

จุดที่ดึงสายตาที่สุดคือปราสาทเอะโดะสามมิติอยู่ตรงกลางหน้าปัด แบรนด์ใช้ชิ้นส่วน 17 ชิ้นซ้อนกันเพื่อสร้างมิติ โดยใช้ทอง 18K โรสโกลด์ เคลือบ PVD สีดำ และชั้นเคลือบสีน้ำเงินเข้มที่ได้แรงบันดาลใจจากผ้าสีย้อมครามของชุดซามูไร ผ่านกระบวนการขัดเงา ขัดผิวแบบกระจก การทำลายผิวเป็นวงกลม และการแซนด์บลาสต์แต่ละชั้นจึงสะท้อนแสงและเงาแตกต่างกัน ทำให้หน้าปัดมีมิติชัดเจน

รอบหน้าปัดเป็นหมวกเหล็กซามูไรจิ๋วจำนวนสิบสองใบ ผลิตจากทอง 18K โรสโกลด์ งานแกะสลักแต่ละชิ้นใช้เวลาประมาณสองถึงสามวันโดยช่างฝีมือ เพื่อถ่ายทอดดีไซน์หมวกเหล็กที่มีเอกลักษณ์ของนายพลแต่ละคน เช่น ตำแหน่ง 12 นาฬิกาคือ โทกุงาวะ อิเอยาสึ (德川家康) ที่ใช้ลายใบเฟิร์นเป็นสัญลักษณ์นำโชค หมวกเหล็กเขากวางขนาดใหญ่ของ ฮอนดะ ทาดาคัตสึ (本多忠勝) ก็มีความโดดเด่นสูง เช่นเดียวกับ ซากาอิ ทาดัตสึงุ (酒井忠次)、ซาคากิบาระ ยาสุมาสะ (榊原康政) และ อี นาโอมาสะ (井伊直政) แต่ละชิ้นไม่ได้เป็นแค่ตัวบอกเวลา แต่กลายเป็นส่วนเล่าเรื่องของนาฬิกา ให้ผู้ชมค้นพบรายละเอียดต่างๆ ทุกครั้งที่มองใกล้ๆ

พลิกมาดูฝาหลังเรื่องราวก็ยังไม่หยุด รอบวงฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ใสแกะสลักตราเครือญาติของซามูไรทั้งสิบสองร่วมกับกลไกอัตโนมัติ RD821 ของแบรนด์ กลไกตัวเรือนนี้มีพลังงานสำรอง 48 ชั่วโมง ประกอบด้วยงานแต่งผิวถึง 14 แบบ และได้รับตราประทับเจนีวา Poinçon de Genève การใส่ใจทั้งศิลป์และมาตรฐานกลไกทำให้ Excalibur The Kabuto Legacy ต่างจากนาฬิกาธีมหลายเรือนที่มักเน้นเพียงรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว จึงเป็นเหตุผลที่ซีรีส์นี้ยังคงได้รับความสนใจจากนักสะสม

อีกจุดที่น่าสนใจคือ Roger Dubuis เชิญศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นและที่ปรึกษาด้านประวัติศาสตร์ของผลงาน บาคุฟุ โชกุน〈幕府將軍〉 Frederik Cryns มาร่วมงาน เพื่อช่วยฟื้นคืนบริบททางประวัติศาสตร์และรายละเอียดวัฒนธรรมซามูไร ทำให้ผลงานไม่ใช่แค่การหยิบซามูไรมาเป็นธีมเท่านั้น แต่พยายามผสานความถูกต้องทางประวัติศาสตร์เข้ากับการสร้างสรรค์โดยรวม ทำให้เรื่องราวน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

Excalibur The Kabuto Legacy ใช้ตัวเรือนทอง 18K โรสโกลด์ ขนาด 45 มม. หนา 16.87 มม. จับคู่กับสายหนังลูกวัวสีน้ำเงิน ตะเข็บออกแบบให้สอดคล้องกับโครงสร้างเกราะซามูไร และมีสายหนังสำรองให้ด้วย กันน้ำได้ 30 เมตร ผลิตจำนวนจำกัดทั่วโลกเพียง 28 เรือน
สำหรับนักสะสมที่คุ้นเคยกับ Roger Dubuis คงเห็นว่าในช่วงหลังแบรนด์มักใช้ซีรีส์ Excalibur เป็นพื้นที่ทดลองแนวคิดวัฒนธรรมและงานฝีมือต่างๆ ครั้งนี้การเลือกซามูไรเป็นทิศทางการสร้างสรรค์ถือเป็นหนึ่งในการเล่าเรื่องที่ครบถ้วนที่สุดของซีรีส์ แม้ไม่ใช่รสนิยมของนักสะสมทุกคน แต่ก็ยากที่จะไม่ชื่นชมความพยายามผสานทักษะการผลิตนาฬิกา ศิลปะ และประวัติศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อมอบการตีความใหม่ที่มีเอกลักษณ์ให้กับ Excalibur

