Google ประกาศอย่างเป็นทางการว่า งาน Made by Google ประจำปีนี้จะจัดขึ้นวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 18:00 น. ตามเวลาโซนตะวันออกของสหรัฐ ที่นครนิวยอร์ก ซึ่งเร็วกว่าการเปิดตัว Pixel 10 เมื่อปีที่แล้วประมาณหนึ่งสัปดาห์
บัตรเชิญที่ส่งออกมาเป็นสัญญาณเตือนดีไซน์ และหน้าเพจเชิญชวนบนเว็บไซต์ยังยืนยันชื่อรุ่น “Pixel 11” เป็นครั้งแรก ขณะเดียวกัน Google เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนความสนใจสำหรับซีรีส์นี้แล้ว ส่อว่าปีนี้อาจมีทั้งรุ่นมาตรฐาน Pixel 11, Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL ส่วนรุ่นพับ Pixel 11 Pro Fold คาดว่าจะเลื่อนมาเปิดตัวตามธรรมเนียมในเดือนตุลาคม

จากตัวอย่างวิดีโอที่หลุดออกมาเห็นได้ชัดว่า โมดูลกล้องยังคงวางแนวนอน ขอบเครื่องเปลี่ยนมาเป็นขอบโลหะตัดเรียบ ทำให้สัมผัสใกล้เคียงกับตัวเครื่องทรงสี่เหลี่ยมมากขึ้น และโทนสีทองของตัวเครื่องช่วยยกระดับความหรูหราของงานประกอบ นอกจากนี้คลิปยังบอกใบ้ว่าฟีเจอร์ที่เรียกว่า Pixel Glow — ไฟ RGB ซ่อนอยู่ใต้กระจกสีดำของโมดูลกล้อง — จะเป็นหนึ่งในฟังก์ชันที่มาให้ใช้งาน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือหลายครั้ง คราวนี้ได้รับการยืนยันเชิงอ้อมจากทางการแล้ว
ในด้านสเปก ภาพ CAD และข้อมูลจากช่องทางค้าปลีกที่หลุดออกมาออนไลน์ระบุว่า รุ่นมาตรฐาน Pixel 11 มีขนาดใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้านี้โดยหนาลงเล็กน้อยเหลือราว 8.5 มม. กล้องหลักถูกลือว่าอัปเกรดเป็น 50 ล้านพิกเซล ใช้ชิป Tensor G6 รุ่นใหม่ และอาจยกเลิกเวอร์ชันเริ่มต้น 128GB โดยเปลี่ยนมาเริ่มต้นที่ 256GB แทน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าจะผลักดันให้ราคาขายปรับตัวสูงขึ้น ทาง Google ยังมีแนวโน้มที่จะเปิดตัว Pixel Watch รุ่นใหม่ควบคู่กันไปในงานฤดูใบไม้ร่วง โดยคาดว่า Pixel Watch 5 series จะเปิดตัวพร้อมสมาร์ทโฟน
ที่ฮ่องกง โทรศัพท์ Pixel ยังไม่มีขายอย่างเป็นทางการ ต้องพึ่งพาช่องทางนำเข้าแบบไม่เป็นทางการและการสั่งซื้อจากต่างประเทศ รุ่น Pixel 10 ที่ผ่านมาเมื่อนำเข้าแล้วมักถูกตั้งราคาสูงกว่าเว็บไซต์สหรัฐประมาณร้อยละ 30–40 หาก Pixel 11 ปรับความจุเริ่มต้นเป็น 256GB ราคาเริ่มต้นอาจแตะหรือเกิน 29,987 บาท (ราคาเดิม 7,000 HKD) ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาอัปเกรด
สเปกแบบเต็มจะชัดเจนเมื่อถึงงานวันที่ 12 สิงหาคม โดยการถ่ายทอดสดจากช่อง YouTube อย่างเป็นทางการของงาน Made by Google จะตรงกับเวลา 06:00 น. ของวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ตามเวลาฮ่องกง
