รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 อาร์เจนตินา พลิกสถานการณ์จากการตามหลัง 0:1 โดยลิโอเนล เมสซี่ (Lionel Messi — กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา) มีบทบาทสำคัญเมื่อส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมถึงสองครั้งในช่วงท้ายเกม ทำให้ทีมยิงสองประตูรวดแซงอังกฤษ 2:1 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกได้สำเร็จ

เกมที่สนาม MetLife นัดนี้ครึ่งแรกเล่นกันอย่างสูสี ทั้งสองทีมป้องกันเหนียวแน่นและมีการเข้าสกัดหนัก ภายใน 30 นาทีแรกไม่มีจังหวะยิงประตูชัดเจนเลย ครึ่งแรกจบด้วยสกอร์ 0:0 แต่มีการฟาวล์สูงถึง 19 ครั้งและยังไม่มีการยิงเข้ากรอบ
ครึ่งหลังเกมเริ่มเปลี่ยนในนาทีที่ 55 เมื่อมอร์แกน โรเจอร์ส (Morgan Rogers) เปิดบอลแม่นยำเข้าในและแอนโทนี กอร์ดอน (Anthony Gordon) สอดขึ้นมากดจังหวะจบหน้าประตูให้ทีมชาติอังกฤษขึ้นนำ 1:0 อาร์เจนตินาที่ตามหลังตอบโต้ด้วยการเปลี่ยนตัวในนาทีที่ 64 ส่งนิโก กอนซาเลซ (Nico González) ลงมาแทน เลอันโดร ปาเรเดส (Leandro Paredes) เพื่อเพิ่มกำลังรุก ส่วนอังกฤษหลังขึ้นนำเลือกปรับเกมรับ โดยนาทีที่ 72 เปลี่ยนเอาเอซรี คอนซา (Ezri Konsa) ลงมาแทนแอนโทนี กอร์ดอนเพื่อยืนคุมแนวรับ

อาร์เจนตินารุกหนักต่อเนื่อง และอเล็กซิส แมค อัลลิสเตอร์ (Alexis Mac Allister) เป็นผู้เปิดเกมรุกที่อันตรายที่สุดในแดนกลาง แต่โชคไม่เข้าข้างหลายครั้ง—เขาได้ขึ้นโหม่งจากลูกเปิดแล้วบอลชนเสาเด้งออก และต่อมาได้ยิงด้วยขวาจากนอกกรอบบอลก็ยังชนเสาอีกครั้ง ทั้งสองจังหวะพลาดประตูอย่างน่าเสียดาย แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าอังกฤษเริ่มสั่นคลอน

เมื่อเกมเข้าสู่ 10 นาทีสุดท้าย เมสซี่เข้ามาคุมเกมอย่างเด็ดขาด นาทีที่ 85 เขาเปิดบอลจากริมเส้นด้วยวิสัยทัศน์ระดับท็อปและส่งให้เอนโซ เฟร์นานเดซ (Enzo Fernández) ที่ปัดยิงจากนอกกรอบเป็นประตูเยือกเย็น ตีเสมอให้ทีม 1:1 จากนั้นในนาทีที่ 92 ขณะทดเวลาบาดเจ็บ เมสซี่อีกครั้งทำแอสซิสต์สำคัญจากริมกรอบเขตโทษ บอลลอยตรงมาที่หัวของเลาตาโร มาร์ติเนซ (Lautaro Martínez) กองหน้าสำรองที่ขึ้นมาโหม่งจ่อๆ เป็นประตูชัย อาร์เจนตินาชนะอังกฤษ 2:1 ตลอดเกมทีมครองบอล 64% มีจังหวะยิง 12 ครั้งและยิงเข้ากรอบ 5 ครั้ง พังแนวรับอังกฤษได้สำเร็จ

การผ่านเข้ารอบของอาร์เจนตินาทำให้พวกเขาจะลงเล่นรอบชิงชนะเลิศกับสเปน ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่สนาม MetLife ซึ่งสเปนเป็นฝ่ายเอาชนะฝรั่งเศสในรอบรองชนะเลิศเมื่อวันก่อน เกมนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นการอำลาฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเมสซี่ แฟนบอลทั่วโลกต่างตั้งตารอชมบทส่งท้ายของหนึ่งในตำนานลูกหนังยุคปัจจุบัน

