CHANEL เปิดตัว The Chessboard ชิ้นงานกระดานนาฬิกาในงาน Watches & Wonders 2026 โดยยกประสบการณ์การผลิตนาฬิกาหลายปีและองค์ประกอบดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ มาทวิสต์ให้เป็นผลงานที่ผสานเครื่องประดับ งานจัดวาง และการแสดงเวลา ผลงานนี้ไม่ได้ระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจน แต่สไตล์โดยรวมยังคงต่อเนื่องกับความงามขาว‑ดำและงานฝีมือปราณีตของ CHANEL ตั้งแต่การเลือกวัสดุจนถึงรายละเอียดรูปทรง ซึ่งทั้งหมดล้วนสะท้อนภาษาการออกแบบหลักของแบรนด์

ขนาดโดยรวมของกระดานอยู่ที่ 37.9 เซนติเมตร × 37.9 เซนติเมตร แต่ละช่องกว้างประมาณ 3.4 เซนติเมตร ประกอบขึ้นจากเซรามิกสีดำและสีขาวที่ต่อเรียงกันอย่างคมชัดและเรียบง่าย กรอบภายนอกล้อมรอบด้วยเพชรทรงบริลเลียนท์จำนวน 516 เม็ดที่เรียงชิดและมีสัดส่วนสมดุล ซึ่งช่วยเสริมมิติของงานโดยยังคงความเรียบคุมโทนให้ไม่หรูหราจนเกินไป การใช้โทนสีเดียวทำให้การประดับด้วยอัญมณีจำนวนมากไม่รู้สึกรกตา

ตัวหมากเป็นส่วนที่มีพากย์เรื่องราวชัดเจนที่สุด CHANEL นำองค์ประกอบจากกระดานหมากรุกแบบดั้งเดิมมาสื่อความโดยผสมกับสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ตัวหมากคิงออกแบบเป็นรูปสิงโต เพื่อสะท้อนความชื่นชอบสัญลักษณ์สิงโตของ Coco Chanel เวอร์ชันสีขาวทำจากไวท์โกลด์และฝังเพชร 764 เม็ด ส่วนเวอร์ชันสีดำใช้เซรามิกสีดำผสานรายละเอียดไวท์โกลด์และฝังเพชร 142 เม็ด แค่ชิ้นหมากเดียวก็ใช้วัสดุในระดับที่น่าประทับใจ

ตัวหมากควีนได้รับแรงบันดาลใจจากภาพลักษณ์ของ Coco Chanel โดยตรง สัดส่วนและเส้นสายถูกปั้นขึ้นใหม่ให้ทั้งมีองค์ประกอบเชิงประดับและจดจำได้ สิ่งสำคัญคือฐานของทุกตัวหมากควีนซ่อนกลไกควอตซ์ไว้ภายใน โดยมาพร้อมหน้าปัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 มิลลิเมตร และกันน้ำได้ 30 เมตร การออกแบบนี้ช่วยเปลี่ยน “เวลา” จากแนวคิดนามธรรมให้กลายเป็นชิ้นสวมใส่ได้ ทั้งยังถอดแยกตัวหมากควีนได้สองชิ้นเพื่อนำไปใช้งานเป็นจี้สร้อยคอ ทำให้การสวมใส่มีความหลากหลายเกินกว่านาฬิกาข้อมือทั่วไป

สร้อยคอที่ใช้ร่วมกับตัวหมากทำจากไวท์โกลด์ 18K ฝังเพชรรวม 268 เม็ด ประกอบด้วยลูกปัดลายแถบจากมรกตสีดำ (縞瑪瑙) จำนวน 40 เม็ด และลูกปัดทรงกระบอก 2 ชิ้น ตรงกลางประดับด้วยเพชรเมนสโตน ความยาวโดยรวมประมาณ 320 มิลลิเมตร การจัดสัดส่วนและน้ำหนักผ่านการคำนวณอย่างละเอียด เพื่อให้ใส่ได้ในชีวิตประจำวันและยังคงคุณค่าการสะสม

ตัวหมากอื่น ๆ แต่ละชิ้นก็มีความหมายเฉพาะ เช่น บิชอปถูกแปลงเป็นรูปทรงโมเดลโชว์เสื้อผ้าเพื่อเชื่อมโยงกับประเพณีของงานตัดเย็บชั้นสูง ปราสาท (ร็อก) ได้แรงบันดาลใจจากเสากลางที่ Place Vendôme เส้นสายจึงออกมามีมิติมากขึ้น ขณะที่ม้ากับเบี้ยยังคงสัดส่วนเดิม แต่เลือกใช้วัสดุเป็นไวท์โกลด์หรือเซรามิกสีดำผสานรายละเอียดไวท์โกลด์ เพื่อให้ชุดหมากทั้งหมดมีความกลมกลืนทางสายตา

ทั้งกระดานฝังเพชรรวมทั้งสิ้น 9,236 เม็ด น้ำหนักรวม 110.94 กะรัต ตัวเลขนี้นอกจากสะท้อนปริมาณวัสดุแล้ว ยังบอกระดับความซับซ้อนของงานฝีมือ การจัดวางขนาด รูปทรง และความหนาแน่นของเพชรถูกวางแผนอย่างแม่นยำ เพื่อให้เกิดประกายที่สมดุลจากทุกมุมมอง
CHANEL เคยทลายขอบเขตในแวดวงการผลิตนาฬิกามาหลายครั้ง เช่น ซีรีส์ J12 ที่ทำให้เซรามิกกลายเป็นวัสดุสัญลักษณ์ และการร่วมมือกับทีมผลิตกลไกชั้นสูงเพื่อพัฒนาฟังก์ชันที่ซับซ้อน คราวนี้ The Chessboard ยิ่งขยายแนวคิดเรื่องเวลาให้ไปถึงวัตถุประจำวันและของประดับตกแต่ง สร้างผลงานข้ามสาขาที่ทั้งเป็นนาฬิกาและงานศิลป์ในคราวเดียว
ผลงานชิ้นนี้อยู่ในระดับพรีเมียมสุด ๆ มีมูลค่าประเมินในตลาดประมาณ 4,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ และไม่ได้ผลิตเป็นจำนวนมาก ใกล้เคียงกับการทำแบบหนึ่งชิ้นเดียวตามสั่ง ไม่ว่าจะวัดจากการออกแบบ วัสดุ หรือแนวคิด The Chessboard แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของ CHANEL ระหว่างศาสตร์การผลิตนาฬิกาชั้นสูงและงานจิวเวลรี

