ในการแข่งขันนัดแรกของกลุ่ม J ศึกฟุตบอลโลก 2026 เจ้าภาพร่วมสหรัฐฯ-แคนาดา-เม็กซิโก อาร์เจนตินาในฐานะแชมป์เก่าเผชิญหน้ากับทีมแกร่งจากแอฟริกาเหนือ แอลจีเรีย โดยกัปตันทีมวัย 38 ปี เมสซี่ ทำแฮตทริก นำอาร์เจนตินาชนะขาด 3:0 พร้อมเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในทัวร์นาเมนต์นี้

เกมนี้มีความหมายพิเศษสำหรับเมสซี่ เพราะเพียงก้าวลงสนามเขาก็กลายเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ลงเล่นฟุตบอลโลก 6 สมัย อาร์เจนตินาครองเกมตั้งแต่เริ่มแข่งและในนาทีที่ 17 ก็มีจังหวะที่ปลุกสนามให้คึกคัก โรดรีโก้ เดอ ปอล เปิดบอลเฉียงจากฝั่งขวา เมสซี่เลี้ยงหลุดก่อนยิงไกลบอลพุ่งโค้งเสียบมุมงามงด ช่วยให้อาร์เจนตินานำ 1:0
แอลจีเรียไม่ได้ทิ้งสภาพเกมง่ายๆ แม้เสียประตูเร็ว ผู้รักษาประตูลูกา ซีดานพยายามป้องกันแนวรับและทีมยังคงรักษาวินัยเกมรับได้ดี แนวรุกอาร์เจนตินาอย่างเลาตาโร่ มาร์ติเนซ และเธียโก้ อัลมาดา มีโอกาสลุ้นหลายหนแต่ถูกสกัดไว้โดยแนวรับคู่แข่ง

ครึ่งหลังหลังกลับมาเล่น สกาโลนีปรับแผนด้วยการส่งจูเลียน อัลวาเรซและนิโกลัส กอนซาเลซลงมาเสริมเกมรุก เมื่อเวลาผ่านไปจึงกลายเป็นเวทีของเมสซี่ที่ยิงสองประตูรวดดับความหวังของคู่ต่อสู้ ในนาทีที่ 60 เมสซี่ฉวยโอกาสจากลูกปัดของลูกา ซีดานที่เซฟไม่ดีแล้วพุ่งเข้าประตู ทำให้อาร์เจนตินานำ 2:0 จากนั้นในนาทีที่ 76 เมสซี่เคลื่อนที่ฉลาดในกรอบเขตโทษก่อนยิงเข้ามุมเป็นประตูที่สามของเกม ทำแฮตทริกให้ตัวเอง

จากฟอร์มโดดเด่นในเกมนี้ เมสซี่ทำลายสถิติมากมาย ประตูทั้งสามลูกทำให้ยอดรวมประตูของเขาในฟุตบอลโลกเพิ่มเป็น 16 ประตู ส่งผลให้เขาทำลายสถิติของเปเล่ (12 ประตู) และเกิร์ด มุลเลอร์ (14 ประตู) ขณะเดียวกันยังไล่ทาบสถิติของโรนัลโด้ และเทียบเท่าสถิติ 16 ประตูของมีโรสลาฟ โคลเซ่ อีกทั้งในวัย 38 ปี 357 วัน เมสซี่ยังกลายเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ทำแฮตทริกในการแข่งขันฟุตบอลโลก ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงของเขา เชื่อว่าเมสซี่จะมีประตูเพิ่มในทัวร์นาเมนต์นี้อีกไม่ยาก

