Wayve รถยนต์ไร้คนขับ สตาร์ทอัพซอฟต์แวร์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสัญชาติอังกฤษ ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบล่าสุดมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 52,500 ล้านบาท) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยการระดมทุนครั้งนี้ประเมินมูลค่าบริษัทไว้ที่ 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 301,000 ล้านบาท)
การระดมทุนดังกล่าวได้รับความสนใจจากบริษัทเทคโนโลยีและผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Microsoft, Nvidia, Uber, Mercedes-Benz, Nissan และ Stellantis โดย Uber เป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงทุนสำคัญ เพื่อผลักดันการนำ Wayve รถยนต์ไร้คนขับ ไปใช้ในบริการแท็กซี่หุ่นยนต์ทั่วโลก ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสองบริษัทมีแผนเปิดตัวยานพาหนะขับเคลื่อนอัตโนมัติในกว่า 10 ตลาดทั่วโลก โดยจะเริ่มต้นที่กรุงลอนดอนก่อนเป็นลำดับแรก
โมเดลธุรกิจที่ต่างจาก Tesla และ Waymo
ซีอีโอของ Wayve เปิดเผยว่า เงินทุนรอบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลักดันให้บริษัทสามารถอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ (License) เทคโนโลยีแก่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่และแพลตฟอร์มฝูงยานของแท็กซี่หุ่นยนต์ได้ โดย Wayve รถยนต์ไร้คนขับ เลือกเส้นทางที่แตกต่างจาก Tesla หรือ Waymo อย่างชัดเจน เนื่องจากบริษัทมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติให้แก่บริษัทอื่น แทนที่จะสร้างฝูงรถแท็กซี่ของตนเอง
Kendall ซีอีโอของบริษัท ระบุว่าการมีฝูงยานเป็นของตนเองมีต้นทุนสูงมาก และโมเดลของ Tesla ยังจำกัดขอบเขตการเติบโต เพราะมุ่งเน้นเฉพาะแพลตฟอร์มยานพาหนะเพียงรุ่นเดียว พร้อมกล่าวว่า “ทุกคนต้องการรถขับเคลื่อนอัตโนมัติ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่อยากซื้อ Tesla”
ระบบ AI ที่เรียนรู้ได้เหมือนมนุษย์
ระบบขับเคลื่อน AI ของ Wayve ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง คล้ายกับความสามารถของมนุษย์ที่สามารถเรียนรู้การขับยานพาหนะหลากหลายประเภทและปรับตัวกับเมืองใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ระบบสามารถเรียนรู้กฎจราจรที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการขับชิดซ้ายหรือการเลี้ยวขวาที่ไฟแดง โดยไม่ต้องพึ่งพาแผนที่ความละเอียดสูง (HD Map) หรือเซ็นเซอร์เฉพาะทาง ซึ่งนับเป็นจุดต่างสำคัญเมื่อเทียบกับ Waymo
Kendall กล่าวเสริมว่า “นี่คือสิ่งที่เราสร้างขึ้น ซึ่งทำให้เราสามารถใช้โมเดลธุรกิจนี้และสร้างรายได้จากซอฟต์แวร์ที่มีอัตรากำไรสูงได้” ตามข้อมูลของบริษัท ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา Ford Mustang Mach-E ที่ติดตั้งระบบ AI ของ Wayve รถยนต์ไร้คนขับ ได้วิ่งทดสอบในกว่า 500 เมืองทั่วยุโรป อเมริกาเหนือ และญี่ปุ่น โดยไม่จำเป็นต้องฝึกระบบด้วยข้อมูลเฉพาะของแต่ละเมือง
Wayve วางแผนอนุญาตให้ใช้สิทธิ์เทคโนโลยีแก่ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ในฐานะระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับฟังก์ชัน Full Self-Driving ของ Tesla และยังคงต้องการการควบคุมดูแลจากผู้ขับขี่อยู่
ความร่วมมือกับ Nissan และการขยายตลาดโลก
ข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง Wayve และ Nissan จะทำให้เทคโนโลยี AI ของบริษัทกลายเป็นแกนหลักของระบบช่วยเหลือการขับขี่ ProPilot ของค่ายรถสัญชาติญี่ปุ่น โดยคาดว่าระบบดังกล่าวจะเปิดตัวในปี ค.ศ. 2027
Wayve เริ่มทดสอบเทคโนโลยีในกรุงลอนดอนมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2017 และการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งนี้สะท้อนถึงการขยายตัวที่ก้าวหน้าขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดแท็กซี่หุ่นยนต์ของลอนดอน Waymo มีแผนเปิดให้บริการรถขับเคลื่อนอัตโนมัติในลอนดอนภายในปีนี้ ขณะที่ยานพาหนะของ Wayve รถยนต์ไร้คนขับ จะปรากฏบนแอปพลิเคชัน Uber ควบคู่กับแท็กซี่หุ่นยนต์ของ Baidu บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากจีน ซึ่งยังได้สร้างความร่วมมือกับ Lyft ไว้ด้วยเช่นกัน

